เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่รัฐสภา นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย สส. ของพรรคเศรษฐกิจ แถลงกรณีเกิดเหตุวุ่นวายในสภา ระหว่างการพิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2567 ว่า ตอนตนอภิปรายเสร็จ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปรี่เข้ามาคนแรกตรงที่นั่งของตน หลังจากนั้นปรี่เข้ามาอีก 10 คน มีการชี้หน้าตนหลายรอบ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตนตกใจ และมีการพูดว่าระวังตัวไว้ให้ดี และนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน พูดออกไมค์ ว่า สส.สมัยแรกก็พองแบบนี้แหละ วันนี้เราเป็นสภาที่เพิ่งเริ่ม ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกมากี่สิบครั้ง ก็เป็นสิทธิ แต่ตนก็เป็น สส. ที่มีสิทธิเท่าเทียมกับ สส.พรรคประชาชน เหมือนกัน ตนมีสิทธิประท้วงในที่ประชุม เราสามารถเล่นการเมืองที่สร้างสรรค์ตามกฎกติกาได้ สามารถเห็นต่างกันได้
“แต่ถ้ามีการปรี่เข้ามานอกรอบหลังอภิปราย ผมรู้สึกถึงการคุกคามทางร่างกาย และเสรีภาพ เขาอาจจะโกรธที่ตนอภิปรายเรื่องกองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ถ้าวันนี้ สส. ทำหน้าที่ไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน ประชาชนเขารู้สึกแย่ ถ้า สส. เข้ามาอ่านสคริปต์ตามแชตจีพีที ผมคิดว่าต่อไปจะไม่มีใครเชื่อถือสภาแห่งนี้ ถ้าไม่ยึดถือตามข้อบังคับ ประชาชนจะรับไม่ไหว อยู่ร่วมกันไม่ได้” นายคริส กล่าว
นายคริส กล่าวต่อว่า ตนจะรวบรวมหลักฐานการกระทำดังกล่าวของนายปกรณ์วุฒิ ถ้าทำผิดจริงท่านต้องได้รับโทษตามประมวลจริยธรรม สภา ในส่วนของกฎหมายบ้านเมืองต้องรอดูก่อนว่าเข้ากับองค์ประกอบหรือไม่ พรรคเศรษฐกิจ อยากจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ นี่เป็นครั้งแรกที่พรรคเศรษฐกิจได้เข้ามาเหยียบในสภาแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าสิทธิเราน้อยกว่าพรรคการเมืองบางพรรคที่เขามาก่อน
ด้านนายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามกติกามีการอภิปรายและประท้วงตามข้อบังคับการประชุม แต่ผู้ที่ปรี่เข้ามาหาเราตั้งใจมาหาเรื่องถึงที่ แล้วก็มาชี้หน้าเป็นการขมขู่และคุกคาม ตนคิดว่าเป็นการกระทำที่อุบาทว์ ถ้าหากเป็น สส. แล้วมีพฤติกรรมแบบนี้กับ สส. ด้วยกัน แล้วกับประชาชนจะขนาดไหน ซึ่งวันเลือกประธานสภาที่ผ่านมาก็เคยเดินปรี่มาเช่นกัน มาชี้หน้าตนบอกว่าระวังตัวให้ดี ตนเชื่อว่าครั้งที่สามครั้งที่สี่ก็จะทำอย่างนี้อีก
“เขาคิดว่าพวกผมจะกลัว ไม่กลัวครับ มากี่ครั้งก็มาครับ พฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรเป็นพฤติกรรมที่ สส. พึงกระทำ และไม่สมควรดำรงตำแหน่ง สส.” นายพีรพล กล่าว



