สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันเผยแพร่แถลงการณ์ ประณามการที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) จัดการซ้อมรบครั้งใหม่รองเกาะไต้หวัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “คือการข่มขู่คุกคาม” และเรียกร้องรัฐบาลปักกิ่ง “ปรับสถานการณ์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ” โดยเร็วที่สุด
Beijing has extended its military drill around Taiwan beyond the 4 days originally announced. No location or end date has been specified pic.twitter.com/RKIkAnaSTr
— South China Morning Post (@SCMPNews) August 8, 2022
อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทเปยืนยัน “ไม่เคยหวั่นเกรง” พร้อมปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน จากการยั่วยุทางทหารดังกล่าว ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการภาคตะวันออกของพีแอลเอ จัดการซ้อมรบทั้งทางทะเลและทางอากาศ รอบเกาะไต้หวัน โดยระบุว่า เป็นการยกระดับความพร้อมของการต่อต้านเรือดำน้ำ และการยกพลขึ้นบก
#FMsays China's military exercises and training activities around the waters of Taiwan are open, transparent, professional, in line with domestic law, international law as well as the international practice, FM spokesman Wang Wenbin said. pic.twitter.com/RgshBHiTI8
— China Daily (@ChinaDaily) August 8, 2022
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก เกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดที่ไต้หวัน นับตั้งแต่การเยือนของนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าโดยส่วนตัวเขาไม่มีความกังวลต่อศักยภาพทางความมั่นคงของรัฐบาลไทเป แต่จับตาความเคลื่อนไหวทางทหารของจีนในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด กระนั้น รัฐบาลวอชิงตันยังคงเชื่อมั่นว่า รัฐบาลปักกิ่ง “จะไม่ทำอะไรมากกว่านี้”

ด้านนายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการซ้อมรบครั้งใหม่ของพีแอลเอเพียงว่า “เป็นการดำเนินการตามปกติ ภายในอาณาเขตของตัวเอง” แต่ยังคงไม่ได้ให้ข้อมูลชัดเจน ว่าการฝึกซ้อมทางทหารครั้งนี้จะยุติเมื่อใด
อนึ่ง ความเคลื่อนไหวทางทหารครั้งใหม่ของจีนต่อไต้หวัน เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ต้อนรับนายกรัฐมนตรีราล์ฟ กอนซาลเวส ผู้นำเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในทะเลแคริบเบียน โดยเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เป็น 1 ใน 14 ประเทศ ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



