สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่านายกรัฐมนตรียาอีร์ ลาพิด แถลงเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ในฉนวนกาซา ระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จ เนื่องจากไอดีเอฟสามารถสังหารแกนนำภาคสนามของกลุ่ม “ปาเลสไตน์ อิสลามิก จีฮัด” (พีไอเจ) ที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มฮามาส


ขณะเดียวกัน อิสราเอลกลับมาเปิดให้บริการ จุดผ่านแดนราฟาห์ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนเพียงแห่งเดียวระหว่างฉนวนกาซากับอียิปต์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการขนส่งเชื้อเพลิงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับฉวนกาซา ที่ตอนนี้ประชาชนในพื้นที่มีกระแสไฟฟ้าใช้งานเพียงวันละ 8 ชั่วโมงเท่านั้น

กลุ่มควันจากจรวดของกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ ที่ยิงข้ามเขตแดนฉนวนกาซาไปยังอิสราเอล


ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 56 ชั่วโมง ที่อิสราเอลเข้ามาปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 44 ราย จากจำนวนดังกล่าวเป็นเด็ก 15 ราย ขณะที่พีไอเจระดมยิงจรวดมากกว่า 600 ลูก ข้ามเขตแดนฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอล ซึ่งยืนกรานว่า “เป็นการตัดวงจรภัยคุกคามด้านความมั่นคง” จากพีไอเจ “ที่มีอิหร่านให้การสนับสนุน”


แม้ทั้งสองฝ่ายยอมรับเงื่อนไขของอียิปต์ และหยุดยิงเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น แต่นายทอร์ เวนเนสลันด์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลางของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยอมรับว่า การตกลงสงบศึกรอบนี้ “เปราะบางมาก” อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นยังคงคาดหวังว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดอย่างเคร่งครัด.

เครดิตภาพ : REUTERS