เมื่อวันที่ 9 ส.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ ตนยังไม่ได้เสนอรายชื่อผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระดับ 11 ตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการของนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.ในเดือน ก.ย.นี้ ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา ซึ่งตนคิดว่ายังพอมีเวลาตัดสินใจ และไม่กังวล แม้กระทรวงอื่นๆ จะเสนอรายชื่อผู้บริหารระดับสูงทดแทนอัตราเกษียณให้ครม.พิจารณาไปแล้ว เพราะยอมรับว่าเรื่องคนต้องคิดนานๆ ส่วนจะมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงการจัดทำรายชื่อโยกย้ายผู้บริหารระดับ 11 ของศธ.ด้วยหรือไม่นั้น ประเด็นนี้ไม่มีการแทรกแซงตนพิจารณาคนเดียว เนื่องจากการคัดเลือกส่วนหนึ่งจะพิจารณาจากผลงานนโยบายของตนที่ได้สั่งการลงไปได้ดำเนินการตามผลงานและเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่
ต่อข้อถามว่า สำหรับการสอบคัดเลือกผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่มีกระแสเรียกรับเงินเกิดขึ้นจนอาจทำให้ย้ายผู้บริหารระดับ 11 เข้ากรุประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ไม่มีอะไร เรื่องนี้เป็นการพูดและคิดกันไปเอง อย่างไรก็ตามยืนยันว่า จะพิจารณารายชื่อผู้บริหารระดับ 11 เสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค.นี้อย่างแน่นอน
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เนื่องจากขณะนี้พบเด็กนักเรียนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในส่วนของ ศธ.ได้กำชับให้สถานศึกษาได้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงโควิดในสถานศึกษา ประกอบด้วย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด 6 มาตรการเสริม ดูแลตนเอง ใช้ช้อนกลางส่วนตัว กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน สำรวจตรวจสอบ และกักกันตัวเอง ส่วนแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา เช่น ประเมิน TSC+ และรายงานผลผ่าน MOE COVID อย่างต่อเนื่อง Small Bubble ทำกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย ทั้งนี้เท่าที่รับรายงานการบริหารจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์โควิดทุกโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการได้เป็นอย่างดี อีกทั้งพบการระบาดในโรงเรียนเพียง 5% เท่านั้น



