ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมไม้แก้วดำเนินรีสอร์ท อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี นายพิทักษ์ วัฒนพงษ์พิศาล ผอ.สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ เป็นประธานเปิดโครงการเครือข่ายอาสาวารีรุ่นที่ 40 ราชบุรี โดยมีนายอริยะ เชื้อชม ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี นายมาโนช สรังษี ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครปฐม เข้าร่วม

โดยกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการส่งเสริมและฟื้นฟูการคมนาคมทางน้ำ ดำเนินการพัฒนาศักยภาพปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มบทบาทการคมนาคมทางน้ำให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะในรูปแบบต่างๆ ให้เดินทางได้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางน้ำ แต่ในขณะเดียวกัน การป้องกันและรณรงค์ในมาตรการด้านความปลอดภัยก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ จะสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสูญเสียความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง

สำหรับโครงการอบรมเครือข่ายอาสาวารีเป็นนโยบายของ กระทรวงคมนาคม ความปลอดภัยในการเดินทางน้ำ มุ่งมั่นที่จะรณรงค์ป้องกันและสร้างมาตรการด้านความปลอดภัย ให้กับประชาชนในพื้นที่ ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในการสัญจรทางน้ำอย่างถูกต้อง จึงได้สนองนโยบายจัดทำโครงการอบรมเครือข่ายอาสาวารี ด้วยการรณรงค์และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาคประชาชนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทางกรมเจ้าท่าจึงได้จัดทำโครงการอบรมเครือข่ายอาสาวารีรุ่นที่ 40 ราชบุรี ให้กับประชาชนและองค์กรต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์ที่ได้รับในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ เช่น ภารกิจของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการให้คำแนะนำแก่ผู้สัญจรทางน้ำ โดยได้ดำเนินการอบรมเครือข่ายอาสาวารีมาแล้ว 39 รุ่น โดยมีผู้ผ่านการอบรมมาแล้วทั้งสิ้น 6,396 คน สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 40 มีผู้เข้าร่วมรับการอบรมรวมทั้งสิ้นประมาณ 167 คน เพื่อนำความรู้ความเข้าใจและปลุกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางน้ำให้กับชุมชนตลาดน้ำดำเนินสะดวก

นายพิทักษ์ กล่าวว่า การทำงานมีอยู่ 2 ส่วน ในส่วน เรือหางยาว เครือข่าย ทางอาสาวารีที่เรามีอยู่ จะช่วยดำเนินการ จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเจ็ตสกี ที่มาวิ่ง ทางกรมเจ้าท่า เราไม่ได้ห้าม แต่มีการป้องกันผลกระทบในชุมชน เรื่องความเร็ว ได้ออกบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องความเร็ว ไม่ให้เกินที่กำหนด ในพื้นที่ชุมชนต้องชะลอความเร็ว เรามีเจ้าหน้าที่สายตรวจคอยติดตามและดูแลตลอดเวลา และเราเข้าไปทำในเครือข่าย การใช้เรือต้องเป็นไปตามระเบียบ ต้องใช้เรือด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบ หากมีการกระทำผิด จะทำการปรับขั้นสูงสุดทันที และงดใช้ประกาศนียบัตรนำเรือ ในพื้นที่จะใช้กล้องวงจรปิด เป็นการป้องปราม หากมีการเตือนครั้งที่ 1 และยังไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้น จะมีบทบัญญัติ ลงโทษให้หนัก จะมีการยกเลิกทะเบียนเรือ ห้ามมาวิ่ง และคนที่นำเรือ ก็จะยกเลิกประกาศนียบัตร เป็นเรื่องที่กรมเจ้าท่าเน้นย้ำ