เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นำเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 3 จ.อุบลราชธานี ออกตรวจตราปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ หลังได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบตัดไม้และแปรรูปไม้โดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์ ที่บริเวณป่าพลาญเนิน 382 ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้บ้านแปดอุ้ม หมู่ 2 ห่างจากหมู่บ้าน 5.5 กิโลเมตร ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซ้อนทับป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูเมย ป่าเขาสวนตาล และป่าพลานไหแตก

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเท้าในป่า พบรอยเท้าของบุคคลหลายรอย เดินไปมา สังเกตเป็นร่องรอยใหม่ จึงวางแผนตรวจสอบและดักซุ่มบริเวณ 2 ข้างเส้นทาง ต่อมาพบมีชาย 3 คน เดินแบกไม้ตามกันมา จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แตทั้งสามวิ่งหลบหนี ตามไว้ได้ 1 คนคือ นายเมา เฮ็บเมา อายุ 47 ปี ชาวกัมพูชา อยู่บ้านสามเหลี่ยมตรีมุข อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร พร้อมของกลาง ไม้มะค่าโมงแปรรูป ลักษณะใหม่ ถูกแปรรูปด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 3 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตรรวม 0.127 ลูกบาศก์เมตร พร้อมไฟฉายคาดศีรษะ จำนวน 3 ชุด

สอบถามเบื้องต้น นายเมา เฮ็บเมา สารภาพว่า ตนพร้อมพวก รวม 3 คน เดินเท้าข้ามฝั่งมาจากบ้านสามเหลี่ยมตรีมุข อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร พร้อมอุปกรณ์เลื่อยโซ่ยนต์ เข้ามาลักลอบตัดไม้มะค่าโมง ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย โดยอาศัยช่วงฝนตกแปรรูปไม้มะค่าโมงจนเสร็จ จากนั้นกลับไปฝั่งกัมพูชานำอุปกรณ์ไปเก็บ แล้วย้อนกลับมาฝั่งไทยอีกครั้งเพื่อขนไม้แปรรูปกลับไปขายให้กับพ่อค้าชาวกัมพูชา แต่ก็มาถูกจับกุมเสียก่อน

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันทำไม้ หรือทำอันตรายโดยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันแปรรูปไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันทำไม้ หรือทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำยืน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ดำเนินคดีต่อไป.