ศึกตะกร้อเวิลด์คัพ รายการ “ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อช่วงคาวันที่ 23 พ.ค.ที่ผานมา ในประเภททีมชุดชาย ทีมชาติไทย แชมป์เก่า พบกับ “เสือเปลือง” ทีมชาติมาเลเซีย คู่ปรับตลอกาล
เกมนี้เล่นกันต่อหน้าแฟนเจ้าถิ่นเกือบ 7,000 คน ที่สนามติติวังซา สเตเดียม กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยทั้งสองทีมสู้กันแบบดุเดือดสมศักดิ์ศรีแชมป์โลก

ทีม A ไทย พ่าย มาเลเซีย ไปก่อน 1-2 เซต แต่ทีม B ตะกร้อหนุ่มไทย โชว์ฟอร์มโหด ไล่ตบเจ้าภาพขาด 2 เซตรวด 15-6ล 15-8 ตีเสมอเป็น 1-1 ทีม ต้องตัดสินแชมป์กันในทีม C
ปรากฎว่า ในเซตที่ 2 ทีมไทย ซึ่งนำอยู่ 14-13 ฟาดทำแต้มสำคัญลงไปแล้ว แต่ “ราดี้” ผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์ กลับให้แต้มเป็นของมาเลเซีย ทำให้สกอร์กลับมา 14-14 ทั้งที่ฝั่งไทยมั่นใจว่าแต้มดังกล่าวควรปิดเซตได้ทันที
หลังจากนั้น ทีมงานของไทย ได้ประท้วงกันอย่างหนัก พร้อมยืนยันว่าจะไม่แข่งขันต่อ หากไม่มีการเปลี่ยนคำตัดสิน หรือเปลี่ยนตัวผู้ตัดสิน

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด ฝ่ายจัดการแข่งขันและผู้ตัดสิน ยังยืนยันคำตัดสินเดิม ก่อนที่ทีมไทย จะตัดสินใจ “วอล์กเอาต์” ไม่ลงแข่งต่อ เพื่อประท้วงความไม่โปร่งใส ทำให้ถูกปรับแพ้ฟาวล์ ส่งผลให้ มาเลเซีย คว้าแชมป์ประเภททีมชุดชาย รายการนี้ ไปครอง
ทั้งนี้ ภายหลังจากจบเกม ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นดราม่าร้อนในหมู่แฟนตะกร้อ โดยเฉพาะจังหวะ 14-13 ที่ถูกพูดถึงหนักที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้
ทางด้าน นายนภา แตงโม อดีตผู้ฝึกสอนตะกร้อทีมชาติไทย ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟสบุ๊ก ปิ่นอัคคี เพชรพญาเลี้ยง ว่า…

เกมส์ที่ดีพังเพราะคน ๆ เดียว น่าอนาจครับ เมื่อไรสหพันธ์ตะกร้อจะยุติบทบาทสักที
บ้าไปแล้วตัดสินทีม A เสร็จมาขึ้น ทีม C อีก คนอื่นเขาตัดสินไม่เป็นหรือไง ทำให้เขาต้องอายกันทั้งประเทศ จะหาความภูมิใจมาจากตรงไหนกัน
คนนี้ตอนนายจารึก (พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ อดีตนายกตะกร้อไทย ผู้ล่วงลับ) อยู่ ห้ามเข้ามาตัดสินทุกรายการที่ประเทศไทยจัด



