ปัจจุบันคนไทยติดอันดับการใช้งานออนไลน์สูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ไม่ว่าจะเรี่อง “เรียน-งาน-บันเทิง” จนทุกวันนี้ “อินเทอร์เน็ต” กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนขาดไม่ได้ เพราะมีส่วนสำคัญในการดำเนินใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ต่างจากสาธารณูปโภคขั้นฐานอย่าง “ไฟฟ้า-น้ำประปา”
ทำให้คนไทยกว่า 52 ล้านคนในปัจจุบันเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็มีพฤติกรรมการใช้ งานที่แตกต่าง กันไป ทาง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จึงได้ทำการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2565 หรือ Thailand Internet User Behavior 2022 เรียกว่า เจาะลึกไลฟ์สไตล์คนไทย ในวันที่ขาดอินเทอร์เน็ตไม่ได้ เลยทีเดียว!!
“ชัยชนะ มิตรพันธ์” ผู้อำนวยการ เอ็ตด้า บอกว่า ทางเอ็ตด้า ได้สำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 แล้ว เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนธุรกิจ และภาครัฐได้นำข้อมูลไปวางนโยบาย ในการพัฒนาประเทศ ให้เกิดเศรษฐกิจยุคใหม่ 4.0 ซึ่งจากการประมวลวิเคราะห์ข้อมูลข้อมูลในทศวรรษที่ผ่านมา พบว่า กิจกรรมออนไลน์ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มีอยู่ 5 กิจกรรม คือ

กิจกรรมการติดต่อสื่อสารออนไลน์ พบว่า ปัจจุบันการสื่อสารทุกอย่างนิยมผ่านโซเซียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการคุย นัดหมาย หรือรับส่งข้อมูล ทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ซึ่งการใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสาร เป็นเทรนด์ที่จะมีไปอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตก้าวไปสู่ “เมตาเวิร์ส” จะทำให้การติดต่อสื่อสารเสมือนจริงและแบบเรียลไทม์มากขึ้น
กิจกรรมออนไลน์เพื่อความบันเทิง เป็นกิจกรรมอยู่ใน ท็อป 10 ตลอด อย่างการดูหนัง ฟังเพลง เพราะคนไทยชอบกิจกรรมเพื่อความบันเทิง ทำให้การนำเสนอเรื่องต่างๆในอนาคต ไม่ว่าจะเรื่องเรียน ทำงาน หรือคอนเทนต์ต่างๆ จะมีการสอดแทรกเรื่องความบันเทิงเข้าไปด้วยจะทำให้ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น
กิจกรรรมการซื้อขายของออนไลน์ ในช่วงโควิด-19 ทำให้คนต้องกักตัวออกจากบ้านไม่ได้ ส่งผลให้การซื้อของออนไลน์เติบโตเพิ่มมากขึ้น ทั้งอาหาร ของใช้ จึงทำให้บูมมากที่สุด อย่างไรก็ตามเมื่อ สถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น ก็พบว่าบางธุรกิจอาจลดความร้อนแรงลง เช่น ธุรกิจดิลิเวอรี่ เพราะคนมีความรู้สึกอยากออกมานั่งทานอาหารที่ร้าน อยากเจอเพื่อนสังสรรค์กัน
การทำธุรกรรมทางการเงิน ถือเป็นเรื่องที่นิยม คนไทยใช้เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินเดีย ทั้งการชำระเงินผ่านโมบายแบงกิ้งและคิวอาร์โค้ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด ที่เรียกว่าบูมมาก จากการเลี่ยงใช้เงินสด รวมถึง ผ่านนโยบายสวัสดิการของรัฐ เช่น แอพเป๋าตัง จากคนที่ไม่เคยใช้ ก็ต้องสมัครใช้งาน เพื่อให้ได้รับสวัสดิการจากรัฐ จนเกิดความคุ้นชินและสะดวกจ่ายได้ทุกเวลา!!

การอ่านข่าว โพสต์ บทความ หนังสือ เมื่อคนไทยออนไลน์มากขึ้น ทำให้ในช่วงที่ผ่านมามีการอ่านข่าว บทความ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีเพิ่มมากขึ้น รวมถึงในโซเซียลมีเดีย ที่มีการส่งต่อ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามเมื่อมีกิจกรรมที่มาแรงแล้ว ก็ต้องมีกิจกรรมที่มีแนวโน้มลดลง และอาจหายไปในอนาคต ก็คือ search engine, การรับ-ส่งอีเมล เพราะปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักค้นหาข้อมูลและรับส่งข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น มีการนำเสนอข้อมูลที่เราสนใจจากการตรวจจับด้วย เทคโนโลยีเอไอ จากการคลิกเข้าไปดูหรืออ่าน
เช่นเดียวกับ กิจกรรมการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ เพลง ละคร เกม เพื่อเก็บไว้ดูย้อนหลัง ในอนาคตก็อาจไม่มีอีกแล้ว!! เพราะถูกแทนที่โดย สตรีมมิ่ง (Streaming) ที่สามารถชมได้แบบเรียลไทม์ และย้อนหลังได้ผ่านแพลตฟอร์มนั้น ๆ
อย่างไรก็ตามในการสำรวจปีนี้ กลุ่มที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด คือ กลุ่มเจนวาย (อายุ 22-41 ปี) จำนวน 8.55 ชม.ต่อวัน กลับมาแซงหน้า กลุ่มเจนซี (อายุน้อยกว่า 22 ปี) แชมป์เก่าที่ใช้งาน 8.24 ชม. เนื่องจากกลุ่มนี้ได้กลับมาเรียนออนไซต์แล้ว ทำให้วลาใช้งานลดลง ส่วนกลุ่มเจนเอ็กซ์ (อายุ 42-57 ปี) ใช้งาน 5.52 ชม. และสุดท้าย คือ กลุ่มเบบี้ บูมเมอร์ (อายุ 58 ปีขึ้นไป) ใช้ 3.21 ชม.
ขณะที่ ภาพรวม พบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 7.04 ชม. ต่อวัน ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ประมาณเกือบ 10 ชั่วโมง เนื่องจากปีนี้ได้ขยายการสำรวจไปยังกลุ่ม อาชีพรับจ้าง และเกษตรกรด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต่ำอยู่
ส่วนคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ใช้อินเทอร์เน็ตสูงที่สุดถึง 10.05 ชม.ต่อวัน รองลงมาคือ ภาคอีสาน 6.59 ชม. ภาคกลาง 6.45 ชม. ภาคเหนือ 6.17 ชม. ส่วนภาคใต้ ใช้งานน้อยสุด 5.35 ชั่วโมง

ขณะที่ 10 กิจกรรมออนไลน์ยอดฮิตขวัญใจสังคมออนไลน์ คือ คนไทยนิยมใช้เน็ตเพื่อปรึกษาและรับบริการทางการแพทย์ (จองคิว, ปรึกษาแพทย์) มากที่สุด 86.16% อาจเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้คนสนใจและหันมาจองคิวรับวัคซีน ตรวจหาเชื้อ และปรึกษาแพทย์ผ่านทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19
รองลงมา คือ เพื่อติดต่อสื่อสาร 65.70% ดูรายการโทรทัศน์/คลิป/ดูหนัง/ฟังเพลง 41.51% ดูถ่ายทอดสดเพื่อ ซื้อสินค้าและบริการ (Live Commerce) 34.10% ทำธุรกรรมทางการเงิน 31.29% อ่านโพสต์/ข่าว/บทความ/หนังสือออนไลน์ 29.51% รับ-ส่งอีเมล 26.62% ชอปปิงออนไลน์ 24.55% ทำงาน/ประชุมออนไลน์ 20.67% และเล่นเกมออนไลน์ 18.75% ตามลำดับ
ทั้งหมดเป็นพฤติกรรมและแนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยในปีนี้ ส่วนปีหน้าคนไทยจะ “ติดเน็ต” ใช้เวลาอยู่หน้าจอเพิ่มขึ้นหรือไม่? ต้องติดตามกัน!!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



