พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี อันเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วยหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา จำนวน 1,368 ถุง โดยมีผู้แทนรับมอบ จำนวน 100 นาย ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 จำนวน 20 นาย ผู้แทนกองร้อยตตำรวจตระเวนชายแดนที่ 432 จำนวน 10 นาย ผู้แทนกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 433 จำนวน 10 นาย ผู้แทนทหารหน่วยเฉพาะกิจสงขลา จำนวน 10 นาย ผู้แทนทหารหน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 จำนวน 10 นาย ผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาส่วนหน้า จำนวน 20 นาย ผู้แทนอาสาสมัครรักษาดินแดน ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา จำนวน 20 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พลตรี อุทิศ อนันตานนท์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวในพบปะว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยกำลังพลและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจอย่างสุดความสามารถ และอยู่บนความไม่ประมาท ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง

จากนั้นองคมนตรี และคณะฯ ได้เดินทางต่อไปยังวัดนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อสักการะพระประธาน ในพระอุโบสถ และสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมถวายสิ่งของพระราชทานฯ แด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ตลอดจนพบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยมีพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ คณะฯ ได้เดินทางต่อไปยังมัสยิดบ้านพลีใต้ (โรงเรียนมิฟตาฮุดดีนบ้านพลีใต้) ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อพบปะพูดคุยกับโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนา ตลอดจนนักเรียนที่มาร่วมต้อนรับ พร้อมสิ่งของพระราชทานฯ จำนวน 27 ถุง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ทั้งนี้มัสยิดบ้านพลีใต้เป็นศูนย์กลางของชุมชน และมีบทบาทสำคัญ ต่อการพัฒนาสังคมเป็นแหล่งที่อบรมทางจิตใจเป็นแหล่งการศึกษาหาความรู้ของเยาวชนตลอดจนพัฒนาชุมชนผ่านบทบาท การดำเนินการบริหารของอีหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และคณะกรรมการมัสยิด ก่อให้เกิดเป็นผลดีโดยภาพรวมของสถาบัน หลักทั้ง 6 สถาบัน อันได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันการปกครอง สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สถาบันเศรษฐกิจ และสถาบันนันทนาการ ศาสนาอิสลามซึ่งมีมัสยิดเป็นศาสนสถานและเป็นสถาบันหนึ่งที่มีระบบอย่างดียิ่งในสังคมไทย
ต่อมาองคมนตรี ได้เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 443 ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ เพื่อมอบสิ่งของพระราชทานฯ ให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่จำนวน 65 ถุง และลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดน ที่ 4305 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าตรวจที่ 4305 พร้อมมอบสิ่งของพระราชทาน จำนวน 30 นาย สร้างความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดไม่ได้ แก่กำลังพลและราษฏรเป็นอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


