เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เครือข่ายภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้เร่งรัดรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยตัวแทนภาคประชาชน กล่าวถึงเงินอุดหนุนเด็กล่วงหน้า ว่า มีการตกลงมา 3 รัฐบาลแล้ว ชุดนี้เป็นชุดที่ 4 แต่ไม่คืบหน้า ซึ่งนโยบายนี้ใช้งบประมาณ 5,500 ล้านบาท ถือเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กกว่า 3 ล้านคนในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี หากได้รับเงินอุดหนุนถ้วนหน้า
ขณะเดียวกันยังได้ติดตามจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรื่องเบี้ยความพิการ ซึ่งก่อนหน้านี้บอกว่าจะปรับเงินจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท แต่เมื่อไปเช็กกระบวนการงบประมาณปรากฏว่ายังไม่ได้ตั้งงบเรื่องเงินผู้พิการถ้วนหน้า จึงอยากฝากนายณัฐพงษ์ไปถามนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวง พม. ว่า เงินคนพิการที่คณะกรรมการคนพิการได้ปรับขึ้นแล้ว จะได้เมื่อไหร่ จะได้ในปีงบประมาณนี้หรือไม่อย่างไร
นอกจากนี้จะเห็นว่าอัตราการเกิดน้อยลงมาก จึงมีข้อเสนอเกี่ยวกับสตรีมีครรภ์ซึ่งมีการพิจารณาผ่านมา 3 รัฐมนตรีแล้ว และเห็นชอบเรื่องให้เงินสตรีที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 5-9 เดือน เดือนละ 3,000 บาท รวมถึงเบี้ยผู้สูงอายุ ร่วมกับที่มีมติร่วมกับทางรัฐบาลที่ผ่านมา จาก 600-1,000 บาท เป็นอัตราเดียวกันคือ 1,000 บาททั้งหมด แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ จึงอยากฝากฝ่ายค้าน ใช้กระบวนการนิติบัญญัติเร่งรัดหรือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งใน 4 กลุ่มเป้าหมายที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมากกว่า 19 ล้านคนทันที ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติพลังงาน

ด้านนางสุนี ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กศูนย์ถ้วนหน้า กล่าวเสริมว่า ภาคประชาชนเนื่องจากมีบทเรียนมาแล้วในเรื่องเงินอุดหนุนเด็ก ที่รัฐมนตรีหลายรัฐบาลออกมาพูดกันหลายคนแต่กลับไม่มีมติของคณะรัฐมนตรีที่จะรับรองว่าจะได้เงิน มีแต่บอกว่าให้รอ ซึ่งวันนี้ในส่วนของเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าครบรอบ 10 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ถ้วนหน้าสักที บอกแต่ให้รอก่อน วันนี้แม้แต่งบประมาณรายจ่ายปี 70 ก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วเพราะรัฐบาลไม่ได้บรรจุเข้าไป จึงเรียกร้องให้ ครม.มีมติและจัดการ ให้เรื่องนี้เข้าไปอยู่ในร่างพ.ร.บ.งบปี 70 แต่หากพูดให้รอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ทุกเครือข่ายที่มีเด็กเป็นแกนกลางก็จะรู้สึกว่ารัฐบาลหลอกเราหรือไม่ เพราะไม่ดำเนินการสักที เช่นเดียวกับเงินคนพิการที่แถลงนโยบายดีมาก แต่ตราบใดที่ไม่มีมติของคณะรัฐมนตรี อย่างชัดเจนว่าจะบรรจุในงบประมาณปี 70 ก็อาจจะไม่ทันอีก
นางสุนี ยังกล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ตราบใดที่มีการคัดกรองความจนก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้ ที่คนควรจะได้ไม่ได้เงินสักที แล้วอะไรคือเงื่อนไขกฎเกณฑ์ที่จะพิสูจน์ระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ที่มันไม่ดี และไม่ชัดเพราะฉะนั้นก็จะมีผู้ตกหล่น เหมือนเด็ก 3 ล้านคนที่ตกหล่นถึง 34% ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคนจน
ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่ตนได้ประชุมพร้อมกับทุกคน ประเด็นที่สำคัญในตอนนี้ที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตคือประชาชนกังวลว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ อาจจะอยู่ในยุคที่มีความถดถอยทางด้านสวัสดิการของประชาชน ซึ่งสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดที่สุด นอกจากเรื่องของคำมั่นสัญญาหลายๆ อย่างที่ประชาชนได้เข้าไปประชุมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ประชุมแล้วประชุมอีกผลลัพธ์ก็ไม่เกิดขึ้น เช่น กรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เราเห็นว่า วิธีในการบริหารจัดการของรัฐบาล เวลาจะให้สวัสดิการอะไรสักอย่างต้องมีการจำกัดและสิทธิประโยชน์และคัดกรองหลายรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ
“พรรคประชาชนเราพยายามผลักดันที่จะให้สวัสดิการเป็นเกราะคุ้มกัน ไว้รองรับคนที่ล้มและให้กับสังคม ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะใช้กลไกต่อจากนี้ในการผลักดันอย่างเต็มที่ที่สุด อย่างกรณีของงบปี 70 ยังไม่อยากให้ประชาชนทิ้งความหวัง ถ้ารัฐบาลมีการตั้งคำของบประมาณมาแล้วแต่ว่าอาจจะบรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ที่ไม่เพียงพอ เราก็จะทำงานในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณอย่างเต็มที่ในการรีดไขมันที่ไม่จำเป็นออก และพอที่จะตั้งงบบางส่วนเข้าไปเสริมสวัสดิการให้มั่นคงมากยิ่งขึ้นและเราก็พร้อมที่จะผลักดันต่อ พร้อมยืนยันว่าจะใช้กลไกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเสนอกฎหมายหรือช่องทางการพิจารณางบประมาณรวมถึงกลไกในชั้นกรรมาธิการ”



