สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่ากระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคาร ว่างบประมาณรายจ่ายของภาครัฐประจำปีงบการเงิน 2566 จะอยู่ที่ 639 ล้านล้านวอน (ราว 17.19 ล้านล้านบาท) ลดลง 6% เมื่อเทียบกับการใช้จ่ายในปีนี้ ซึ่งสภานิติบัญญัติอนุมัติงบประมาณเสริมให้ถึง 2 ครั้ง


ขณะเดียวกัน การกำหนดตัวเลขงบประมาณรายจ่ายสำหรับรัฐบาลเกาหลีใต้ของประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ซึ่งเข้ามาบริหารประเทศ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ยังเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2553 ที่มีการลดวงเงิน และเป็นสัญญาณให้หลายฝ่ายอนุมานล่วงหน้าด้วยว่า ไม่น่ามีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเกิดขึ้นในปีหน้า


ทั้งนี้ หากไม่มีการอนุมัติงบประมาณเสริมในปีงบประมาณถัดไป หมายความว่า งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลเกาหลีใต้ในปีงบประมาณ 2566 จะเพิ่มขึ้นเพียง 5.2% ถือเป็นสถิติการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด นับตั้งแต่ปี 2560


อนึ่ง ธนาคารแห่งเกาหลี (บีโอเค) รายงานอัตราเงินเฟ้อประจำเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นอีกจากสถิติ 6% ของเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นสถิติสูงสุด นับตั้งแต่อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเดือน พ.ย. 2541


แรงกดดันทั้งหมดทั้งมวล ส่งผลให้บีโอเคประกาศปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.50% เป็น 2.25% เป็นอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2542 และยังคงประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ “ต่ำกว่า 2.7%”.

เครดิตภาพ : REUTERS