สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า บริษัทก๊าซพรอม ผู้ประกอบการด้านก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย ยืนยันการระงับการส่งก๊าซผ่านท่อนอร์สตรีม 1 ระหว่างเวลา 01.00 น. ตามเวลามาตรฐานสากล ( 08.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) ของวันที่ 31 ส.ค. จนถึงเวลา 01.00 น. ตามเวลามาตรฐานสากลของวันที่ 3 ก.ย. นี้ “เพื่อให้เป็นไปตามแผนการซ่อมบำรุง ที่ต้องเกิดขึ้นทุก 1,000 ชั่วโมง”


แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ก๊าซพรอมระงับส่งก๊าซผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ซึ่งเป็นท่อส่งก๊าซใต้ทะเลยาวที่สุดในโลก 1,222 กิโลเมตร ลอดผ่านใต้ทะเลดำ จากรัสเซียมายังเยอรมนี และตอนนี้เป็นท่อส่งก๊าซหลักระหว่างรัสเซียกับยุโรป

อย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นล่วงหน้าไม่ถึง 2 สัปดาห์ และราคาขายส่งก๊าซในยุโรปพุ่งทะยานมากกว่า 400% ตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว เพิ่มแรงกดดันอย่างหนักให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชน ซึ่งต้องแบกรับกับค่าครองชีพที่หนักอึ้ง ในภาวะเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อ


ทั้งนี้ ก๊าซพรอมลดการส่งก๊าซผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ลงมาอยู่ที่ 40% ของปกติ เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และลดลงเหลือเพียง 20% เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยยังคงให้เหตุผลเกี่ยวกับ “ความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ” ของบริษัทซีเมนส์ สาขาแคนาดา ในการซ่อมท่อคอมเพรสเซอร์ นอกจากนั้น ก๊าซพรอมระงับการส่งพลังงานให้กับโปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ บัลแกเรีย เดนมาร์ก และฟินแลนด์ “ซึ่งละเมิดข้อตกลง”


ขณะที่รัฐบาลเยอรมนียืนกรานปฏิเสธการกล่าวหาของก๊าซพรอม แต่ยอมรับว่า “ยังยากที่จะคาดการณ์ในเวลานี้” ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากก๊าซพรอมปิดท่อนอร์ดสตรีม 1 “เป็นการถาวร” ในช่วงที่ทั้งยุโรปยังคงวิ่งวุ่นหาแหล่งพลังงานสำรองให้ทันช่วงฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามา.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES