นาย เพียซ เอิง กรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท นินจาแวน ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 ในปี 63 ส่งผลให้จำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 8 ใน 10 คนทำการซื้อสินค้าทางออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ขณะที่ประเทศไทยมีจำนวนถึง 9 ใน 10 คน และทำให้ การใช้จ่ายมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี สูงถึง 68% และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ไปจนถึงปี 68 ซึ่งอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ จึงจำเป็นต้องปรับขยายขนาดเพื่อรองรับการเติบโต และวางแผนล่วงหน้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ
บริษัทจึงได้สร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ ย่านบางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการให้บริการ ตามการคาดการณ์ เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณพัสดุ รวมถึงติดตั้งสายพานกึ่งอัตโนมัติเพื่อช่วยในการคัดแยกพัสดุ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดส่งพัสดุด่วนของบริษัท ซึ่งสามารถรองรับปริมาณพัสดุได้มากกว่า 800,000 ชิ้นต่อวัน ออกแบบมาให้ มีการลำเลียงพัสดุแบบเส้นตรง เพิ่มความสามารถในคัดแยกพัสดุได้มากกว่าคลังสินค้าเดิมถึง 40% หรือคิดเป็นจำนวนพัสดุ 80,000 ชิ้นต่อวัน พร้อมด้วยสายพานลำเลียงกึ่งอัตโนมัติที่มีความยาว 4 กิโลเมตร กับท่าโหลดพัสดุมากกว่า 400 ท่า ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกพัสดุได้มากขึ้นถึง 200% และสามารถช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ในการจัดส่งพัสดุได้เร็วขึ้นถึงสี่ชั่วโมง

นาย เพียซ เอิง กล่าวต่อ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ในการมอบประสบการณ์การจัดส่งพัสดุที่ไม่ยุ่งยากให้กับผู้ใช้บริการ บริษัทจึงได้เพิ่มช่องทางการจัดส่งผ่านแอพพลิเคชันมือถือที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ คือ โมบาย บิซ นอกจากนี้ยังเปิดแฟรนไชส์ นินจา พ้อทย์ และร่วมมือกับ สบาย กรุ๊ป เปิดหน้าร้านให้มีจำนวนครอบคลุมพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าใช้บริการ ของนินจาแวนได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึง ยังมีเป้าหมายที่จะยก ระดับโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ส่งสินค้าผ่าน โปรแกรมสะสมคะแนน หรือ นินจา รีวอร์ด ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อมอบสิทธิให้ผู้ส่งพัสดุสามารถนำคะแนนสะสม มาแลกเป็นของรางวัล ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ จากโปรแกรมได้ เช่น ส่วนลดค่าจัดส่ง เงินคืน หรืออุปกรณ์ ในการจัดส่งพัสดุ ฯลฯ



