สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ว่ากระทรวงพลังงานของอินโดนีเซียประกาศลดการอุดหนุนน้ำมันเบนซิน หมายความว่า ราคาขายปลีกของน้ำมันประเภทดังกล่าวจะปรับเพิ่มจากลิตรละ 7,650 รูเปียห์ (ราว 18.84 บาท) เป็น 10,000 รูเปียห์ (ราว 24.63 บาท) และราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลจะเพิ่มขึ้นจาก 5,150 รูเปียห์ต่อลิตร (ราว 12.68 บาท) เป็น 6,800 รูเปียห์ (ราว 16.75 บาท)
Indonesia hikes fuel prices to rein in ballooning subsidies https://t.co/GMTGznm880 pic.twitter.com/SBQKWQxoYk
— Reuters (@Reuters) September 3, 2022
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 ก.ย. เป็นต้นไป ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศวิจารณ์มาตลอด เกี่ยวกับการที่รัฐบาลอินโดนีเซียทุ่มงบประมาณไปกับโครงการอุดหนุนเชื้อเพลิง ว่าเป็นการดึงเงินไปจาก “โครงการพัฒนาที่สำคัญมากกว่า”
ขณะเดียวกัน การที่ราคาเชื้อเพลิงซึ่งไม่ได้อยู่ในโควตาอุดหนุนกับที่ร่วมกองทุนอุดหนุนของภาครัฐ “มีราคาแตกต่างกันมาก” นำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชน และเกิดการค้าเชื้อเพลิงเถื่อน
Students in Gorontalo City clashed with the police on Thursday (9/1), during a protest against fuel price hike. And on the same day, police officers were standing by at gas stations in several areas to prevent panic buying.#SEAToday #SEATodayNews #Indonesia #BBM pic.twitter.com/Cz2eI042Yp
— SEA Today News (@seatodaynews) September 2, 2022
อนึ่ง รัฐบาลอินโดนีเซียเคยกล่าว เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ว่าในกรณีเงินรูเปียห์ยังคงอ่อนค่า แล้วราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังคงพุ่งสูง หากรัฐบาลตัดสินใจเพิ่มโควตาการอุดหนุนเชื้อเพลิงจาก 23 ล้านกิโลลิตร เป็น 29 ล้านกิโลลิตร งบประมาณเพื่อการนี้ อาจเพิ่มขึ้นอีกเป็น 600 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 1.48 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นเรื่องที่ “ไม่สมเหตุสมผลเท่าใดนักในสถานการณ์เช่นนี้” ในกรณีที่มาตรการอุดหนุนเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 1 ใน 4 ของงบประมาณแผ่นดิน จึงขอให้ประชาชน “ปรับตัว” กับราคาเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น และภาครัฐเตรียมรับมือกับการประท้วงของประชาชนที่เกิดขึ้นบ้างแล้ว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



