นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้โดยสารทยอยกลับมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทในการเดินทางมากขึ้นอยู่ที่ 60-70% ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถทัวร์ รถตู้ รถสองแถว รถแท็กซี่ และ รถจักรยานยนต์ (จยย.) รับจ้างสาธารณะ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ มากขึ้น ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามในจำนวนนี้ยังไม่เท่ากับช่วงที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 เมื่อปี 62 ที่มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแบบ 100%

นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เชื่อว่าในอนาคตการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีการเปิดประเทศมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวตามปกติ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในช่วงที่การเดินทางเริ่มกลับมาคึกคักเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท ช่วยกำกับดูแลตรวจสอบสภาพรถให้มีอุปกรณ์ส่วนควบมีความมั่นคงแข็งแรง พร้อมใช้งานก่อนเดินทางทุกครั้ง รวมทั้งพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเสพสารเสพติด และปฏิบัติตามกฎจรจารในการขับขี่เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่ใช้บริการ เกิดบริการที่ดีมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

นายจิรุตม์ กล่าวอีกว่า รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เช่น ผู้ใช้บริการให้ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม รวมทั้งทำความสะอาดฆ่าเชื้อสถานีขนส่งผู้โดยสาร ภายในรถโดยสาร เพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง และลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสถานการณ์การใช้บริการถโดยสารสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น  รถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ปัจจุบันผู้โดยสารใช้บริการช่วงวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) อยู่ที่ 700,000 คนต่อวัน ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อยู่ที่ 400,000 คนต่อวัน จากจำนวนรถเมล์ที่วิ่งให้บริการ 2,800 คัน จำนวน 19,000 เที่ยวต่อวัน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถโดยสารของบริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) และ รถร่วม บขส. อยู่ที่ประมาณ 40,000 กว่าคนต่อวันทั้งเที่ยวขาไปและขากลับ