“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” รายงานเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าเล็กน้อย แต่ตลาดยังรอติดตามสัญญาณการเจรจารอบ 2 ของสหรัฐและอิหร่านเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่าในตลาด Offshore ช่วงวันหยุดสงกรานต์ต้นสัปดาห์ และสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องหลังตลาดในประเทศกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย
ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงขายหลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐและอิหร่านเปิดรับโอกาสที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านรอบแรกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยเงินบาททยอยแข็งค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 31.86 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับภาพการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในเอเชียช่วงท้ายสัปดาห์ เพราะแม้จะมีดีลข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน แต่ตลาดก็ยังคงรอติดตามความชัดเจนของการกลับมาเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน และเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้า ประกอบกับเงินดอลลาร์มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
ในวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 32.15 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 เม.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-17 เม.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 7,303 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 642 ล้านบาท
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.60-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือน มี.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางโดยเฉพาะสัญญาณของการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกและฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน มี.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภค ตลอดจนข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือน เม.ย. และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มี.ค.ของญี่ปุ่น และข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือน เม.ย. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ



