จากกรณี นายสาวถี มณีชื่น อายุ 54 ปีชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พ่อค้าขนมไทยนำเงินไปฝากธนาคารแห่งหนึ่งจำนวน 1 แสนบาท แต่ภายหลังมีพนักงานธนาคารโทรศัพท์มาแจ้งว่า เงินที่ฝากมีเพียง 9 หมื่นบาทเท่านั้น จากนั้นก็ให้เจ้าของบัญชีลงชื่อยินยอมถอนเงินออก 1 หมื่นบาท ซึ่งฝ่าย นายสาวถี และลูกหลานที่ทราบเรื่องต่างก็ไม่ยินยอมพร้อมกับยืนยันว่าได้ช่วยกันตรวจนับเงินจนครบ 1 แสนบาทก่อนนำไปฝาก แต่ฝ่ายธนาคารกลับหักเงินแล้วท้าทายให้ไปฟ้องร้องเอา ทำให้ฝ่าย นายสาวถี เกิดความเครียดถึงขั้นล้มป่วยเพราะกินไม่ได้นอนไม่หลับ กระทั่งมีการนำเรื่องราวดังกล่าวมาเผยแพร่ทางโซเชียล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ชอบมาพากลของธนาคารแห่งนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้ฝ่ายงานเกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมด้วย

ภาระของลูกค้า! เอาเงิน 1 แสน ฝากแบงก์ ตกเย็นเหลือ 9 หมื่น พนง.อ้างฝากไม่ครบ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายครรชิต สุวรรณดร ผช.ผอ.สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์สาขาอุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าพบ นายสาวถี เพื่อเข้าเจรจาและชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว โดยยืนยันว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และความผิดพลาดของพนักงานธนาคารเอง ขณะนี้ไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องร้องลูกค้าแต่อย่างใด การไปพบตำรวจเพื่อแจ้งลงประจำวันว่ามีเงินหายออกไป ซึ่งจะได้สืบสวนว่าเงินหายไปไหนเท่านั้น วันนี้ได้นำของชำร่วยมามอบให้แก่ลูกค้าเพื่อชดเชยเพื่อความสบายใจ และขออภัยในความบกพร่องของธนาคาร

ผู้สื่อรายงานด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นยังมีความน่าสงสัยหลายประเด็น โดยเฉพาะการอ้างว่าพนักงานผิดพลาดเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีความพยายามบอกให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินให้ได้ แล้วพอไม่ยอมก็ไปแจ้งตำรวจ รวมถึงท้าให้ไปฟ้องศาลด้วย จนลูกค้าเกิดความเครียด จึงได้สอบถามนายครรชิตว่า จะมีการดำเนินการสอบสวนหรือเอาผิดพนักงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรต่อไปหรือไม่ ปรากฏว่า นายครรชิตปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว.