เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมด้วยนายอรรณพ บุญสว่าง ได้ยื่นหนังสือร้องเรียน เรื่อง ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการเสนอจ้าง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ส่อไปในทางไม่สุจริต ต่อประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี ดร.นิยม เวชกามา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ดร.เพชรวรรค วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมารธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการพุทธศาสนาและศาสนาอื่น เข้ารับหนังสือ

โดยในหนังสือร้องเรียนดังกล่าวระบุว่า ตามที่ได้มีกระแสข่าวการจัดจ้าง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2562 ในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติด้านกฎหมาย โดยขออนุมัติจ่ายค่าตอบแทนในการปฎิบัติงานให้แก่ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ รายเดิมต่อเนื่องมานั้น บัดนี้พบว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนออนุมัติจัดจ้าง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ด้านกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565-30 ก.ย. 2566 นั้น เป็นการกระทำอันฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และวิธีปฎิบัติในการจ่ายค่าตอบแทนในการปฎิบัติงานให้แก่ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ของกรมบัญชีกลาง ฉบับลงวันที่ 2 เม.ย. 2561 โดยพบว่า มีการขออนุมัติจ่ายค่าตอบแทนแก่บุคคล ซึ่งส่อไปในทางไม่สุจริต เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ทำให้ราชการได้รับความเสียดาย ดังนี้

1. เป็นการที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เสนอแต่งตั้งตนเองเพื่อเป็นที่ปรึกษาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ด้านกฎหมาย ตามบันทึกข้อความ ฉบับลงวันที่ 1 ต.ค. 2562
2.มีการกล่าวอ้าง ข้อมูลอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องจ้าง ความจำเป็น ภารกิจนั้น เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปฎิบัติงานในโครงการนั้นต่อไป มิใช่โครงการต่อเนื่อง ที่มีความซับซ้อน หรือที่มีความขาดแคลนบุคคล ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยมีการรายงานสถานะคดีอันเป็นเท็จ การดำเนินคดีบางคดีถึงที่สุดแล้ว และบางคดีได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มิจำเป็นต้องดำเนินการใดๆ อีก ย่อมเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการดำเนินคดีต่อไป และอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว
3. พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ถูกร้องเรียนและตกเป็นจำเลย ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี กรณีตลาดเฉลิมโลก จึงเป็นบุคคลซึ่งไม่ต้องด้วยคุณสมบัติขัดต่อระเบียบข้อ 2.3 ซึ่งต้องได้รับความไว้วางใจสำคัญเป็นพิเศษ อาศัยความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ปฏิบัติงาน
4. มีการต่อสัญญาจ้างต่อเนื่องกันมาโดยไม่มีกำหนด ขอบเขตภารกิจ กรอบเวลาสิ้นสุดโครงการที่ชัดเจน ไม่ปรากฏว่ามีการถ่ายทอดความรู้ทางด้านกฎหมาย ไม่จัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินการต่อได้ เป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับนิติกร บุคลากรของหน่วยงาน
5. ไม่สามารถตรวจสอบการดำเนินงานและการประเมินผลงานที่ผ่านมาอย่างโปร่งใส ว่ามีการปฏิบัติงานเหมาะสมกับภารกิจ โครงการ และปฏิบัติงานเต็มเวลาราชการหรือไม่ เพียงใด
6.ไม่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ เกี่ยวข้องกับงานด้านพระพุทธศาสนา การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ทำให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตามระเบียบวิธีการงบประมาณ

จึงขอร้องเรียนประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้งบประมาณข้างต้น เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และมิให้เกิดความเสียหายจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินอันมาจากภาษีของประชาชน ทั้งนี้ ดร.นิยม เวชกามา กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาชี้แจงถึงเหตุผลในการจ้าง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต่อไป