นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ดีอีเอส ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น และสร้างความเดือดร้อน และเสียหายทางทรัพย์สินกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการจัดการ เอสเอ็มเอส หลอกลวง ซึ่งได้ปิดกัน ไปแล้วจำนวน 46,219 เลขหมาย
“รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาเรื่องการหลอกลวงทางออนไลน์ เป็นการเร่งด่วน พร้อมเดินหน้า เพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน ให้เข้าถึงช่องทางและกระบวนการทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได่เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ผ่าน https://www.thaipoliceonline.com ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 65 ที่ผ่านมาเพื่อสามารถจัดการคดีต่างๆ ได้ในภาพรวมและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนสามารถแจ้งความได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ข้อมูลอัพเดทสถิติการแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65-31 ส.ค.65 (184 วัน) พบว่ามีการรับแจ้งความในคดีอาชญากรรมออนไลน์ 77,711 เรื่อง (เฉลี่ยวันละ 422 เรื่อง) โดยมีการอายัดบัญชี 20,896 เคส ไอดี จำนวน 28,381 บัญชี โดย คดีที่มีการแจ้งความออนไลน์เข้ามาตลอดช่วง 5 เดือน ที่เปิดช่องทางรับ แจ้งความ ผ่านเว็บไซต์ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ แบ่งได้ 14 ประเภทคดี ตามลำดับ คือ 1.ซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับสินค้า 28,837 เรื่อง (37.11%) 2.หลอกให้ทำงานออนไลน์ 10,008 เรื่อง (12.88%) 3.หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน 8,503 เรื่อง (10.94%) 4. หลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ 8,220 เรื่อง (10.58%) 5.ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว 5,096 เรื่อง (6.60%)
ส่วนประเภทคดีที่ 6.ปลอมโปรไฟล์เพื่อหลอกยืมเงิน 1,950 เรื่อง (2.51%) 7.หลอกให้รักแล้วลงทุน 1,756 เรื่อง (2.26%) 8.ซื้อสินค้าแต่ไม่ตรงตามโฆษณา 1,146 เรื่อง (1.47%) 9.แชร์ลูกโซ่ 1,068 เรื่อง (1.37%) 10.หลอกให้รักแล้วให้โอนเงิน (โรแมนซ์สแกม) 663 เรื่อง (0.85%) 11.การพนันออนไลน์ 462 เรื่อง 12.ข่าวปลอม 247 เรื่อง 13.ล่วงละเมิดทางเพศ 219 เรื่อง และ 14.หลอกลวงเกี่ยวกับเงินดิจิทัล 101 เรื่อง



