สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า นางแคทเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าของรัฐบาลวอชิงตัน กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับผลการประชุมระดับรัฐมนตรี สมาชิกกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอพีอีเอฟ) ว่าสมาชิกทุกประเทศเห็นชอบเชิงหลักการ เพื่อปูทางสู่การเจรจาลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับ “เสาหลักทั้ง 4 เสา” ได้แก่ ความยืดหยุ่นทางการค้า มาตรการจัดเก็บด้านภาษี การปลอดคาร์บอนซึ่งรวมถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมทั้งหมด และการต่อต้านการคอร์รัปชั่น
ขณะที่นางจีนา ไรมอนโด รมว.พาณิชย์ของสหรัฐ กล่าวเสริมว่า ไอพีอีเอฟไม่ใช่การยกเว้นกำแพงภาษี หรือการเปิดเสรีตลาดให้กับประเทศที่เข้าร่วม แต่เป็นการปูทางสู่การยกระดับความร่วมมือที่สำคัญทั้งหมด และเป็น “การบูรณาการนโยบายที่เกี่ยวข้อง” ของรัฐบาลวอชิงตัน กับประเทศสมาชิกในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
NEW: Remarks by @AmbassadorTai marking the successful conclusion of the in-person the Indo-Pacific Economic Framework Ministerial.
— United States Trade Representative (@USTradeRep) September 9, 2022
https://t.co/uuOGvW4tjQ
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นที่นครลอสแอนเจลิส นอกเหนือจากสหรัฐซึ่งเป็นเจ้าภาพและสมาชิกหลัก สมาชิกอีก 13 ประเทศส่งผู้แทนระดับรัฐมนตรีเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย
The future of the 21st century economy is going to be largely written in the Indo-Pacific. That’s why we launched the Indo-Pacific Economic Framework for Prosperity to help all of our countries’ economies grow faster and fairer. pic.twitter.com/Bihpfumlt1
— President Biden (@POTUS) May 24, 2022
ด้านนายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงไอพีอีเอฟว่า เอเชีย-แปซิฟิก ไม่ใช่ภูมิภาคที่อยู่บนเกม “กระดานหมากการเมือง” กรอบความร่วมมือระหว่างภูมิภาคไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม ควรตั้งอยู่บนหลักการของการเคารพและให้เกียรติ การไม่ก้าวล่วงอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และอธิปไตยของประเทศใด อีกทั้งไม่ควรใช้ “หลักการแบบสงครามเย็น” ให้เกิดการต้องเลือกข้าง และแบ่งแยก.
เครดิตภาพ : REUTERS



