สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองไนอากา ประเทศเซเนกัล เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า เซเนกัลสามารถบันทึกปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าระดับปกติ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง ส่งผลให้เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรง หลังระบบระบายน้ำที่ไม่ดี ทำงานล้มเหลว
The salt from Senegal’s Pink Lake is a vital source of income for many. But there are environmental risks to its future.
— Al Jazeera World (@AlJazeeraWorld) April 11, 2022
Watch the full documentary film: https://t.co/TPFksqCoBD pic.twitter.com/4NG1QGyxa8
ทั้งนี้ ทะเลสาบสีชมพู หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อ “ทะเลสาบเร็ตบา” ซึ่งมีเฉดสีชมพูจากสาหร่ายที่ผลิตเม็ดสี และมีปริมาณเกลือสูงเหมือนกับทะเลเดดซี ถูกคั่นแยกด้วยแนวเนินทรายจากมหาสมุทรแอตแลนติก และตั้งอยู่ห่างจากกรุงดาการ์ ประมาณ 35 กม. อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดของประเทศ รวมถึงอยู่ในการพิจารณาขึ้นเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ด้วย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงน้ำและสุขาภิบาลเซเนกัล ระบุว่า เนื่องจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในเซเนกัล ซึ่งสามารถบันทึกปริมาณน้ำฝนราว 126 มม. ในช่วงหนึ่งของสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบบระบายน้ำและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งจึงเอ่อล้นอย่างรวดเร็ว และไหลลงสู่ทะเลสาบ ทำให้ให้ระดับน้ำในทะเลสาบเพิ่มสูงขึ้น และชะล้างกองเกลือหลายสิบกองออกไป โดยนักอุทกวิทยากล่าวเสริมว่า น้ำที่เข้าท่วมทะเลสาบ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณเกลือ และสีของมันได้
แม้ฤดูฝนของเซเนกัลจะสิ้นสุดที่เดือน ต.ค. แต่ธุรกิจต่าง ๆ รอบทะเลสาบแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หรือผู้ประกอบการเรือท้องแบนที่พานักท่องเที่ยวชมทะเลสาบ ต่างกำลังพิจารณาถึงความสูญเสีย และกังวลเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา.
เครดิตภาพ : REUTERS






