สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีฟรีดริซ เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี ปฏิเสธข้อเสนอแนะที่ว่า การวิพากษ์วิจารณ์แผนการทำสงครามของสหรัฐในอิหร่านของเขา เป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลวอชิงตันประกาศลดกำลังทหารในเยอรมนี ซึ่งเป็นฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ลง 5,000 นาย

ก่อนหน้านั้น เมิร์ซตั้งคำถามว่า ผู้นำสหรัฐมีแผนถอนตัวออกจากตะวันออกกลางหรือไม่ และตำหนิสหรัฐว่า ถูกทำให้ “อับอาย” ในการเจรจากับอิหร่าน ก่อนที่ต่อมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะสวนกลับเมิร์ซว่าเป็น “ผู้นำที่ไร้ประสิทธิภาพ”

เมิร์ซกล่าวว่า เขาต้องยอมรับว่าทรัมป์มีมุมมองที่แตกต่างออกไป ในประเด็นเหล่านี้ แต่สิ่งนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า เขายังคงเชื่อมั่นว่าชาวอเมริกันเป็นพันธมิตรที่สำคัญ

เมื่อถูกถามว่าแผนการของสหรัฐที่จะลดกำลังทหารในเยอรมนี เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างผู้นำทั้งสองหรือไม่ เมิร์ซยืนยันว่า “ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ”

ทรัมป์เรียกร้องให้ลดกำลังทหารสหรัฐในเยอรมนีตั้งแต่วาระแรก และได้เรียกร้องให้ยุโรปรับผิดชอบต่อความมั่นคงของตนเองมากขึ้น ขณะที่ประกาศครั้งล่าสุด อาจเป็นการยกเลิกแผนการของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่จะส่งกองพันทหารสหรัฐ พร้อมขีปนาวุธโทมาฮอว์กพิสัยไกลไปยังเยอรมนี ซึ่งรัฐบาลเบอร์ลินได้ผลักดันการดำเนินการดังกล่าว และต้องการนำมาใช้เพื่อป้องปรามรัสเซียอย่างมีประสิทธิภาพ.

เครดิตภาพ : REUTERS