นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สำนักสำรวจและออกแบบ ได้ดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบขยายทางหลวงจากขนาด 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 4 ตอน (ถนนเพชรเกษม) ตอนเขาหลัก-ลำแก่น ในพื้นที่ จ.พังงา ระยะทาง 6 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 68 แล้วเสร็จในปี 71 ใช้ระยะเวลา 3 ปี

โครงการนี้ มีจุดเริ่มต้นที่ กม.796+900 พื้นที่ ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จากนั้นแนวเส้นทางผ่านแยก ซอยนางทอง ศาลเจ้าพ่อเขาหลัก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ และจุดสิ้นสุดโครงการบนทางหลวงหมายเลข 4 ที่ กม. 802+900 พื้นที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ครอบคลุม 2 อำเภอ 2 ตำบล ได้แก่ ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า และ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

นายสราวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการพัฒนาโครงการ 2 รูปแบบดังนี้ 1.ช่วง กม.796+000-กม.798+100 ดำเนินการออกแบบปรับปรุงทางหลวงขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับทิศทางละ 3 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.50 เมตร มีเกาะกลางแบบยกปูด้วยแผ่นคอนกรีต เพื่อแบ่งแยกทิศทางการจราจรและจัดระบบการจราจรท้องถิ่นให้สมบูรณ์และปลอดภัยและ 2.ช่วง กม.798+100-กม.798+900 และ กม.799+800-กม.802+900 โดยบริเวณพื้นที่ภูเขาออกแบบขยายทางหลวงเดิมขนาด 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.50 เมตร เกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต (Concrete Barrier) พร้อมทางเดินเท้าจากบ้านบางหลาโอนถึงบ้านเขาหลัก

สำหรับช่วง กม.798+900-กม.799+800 ระยะทาง 0.900 กม. ช่วงนี้ผ่านภูมิประเทศภูเขาสูงชันและคดเคี้ยว การออกแบบแนวเส้นทางช่วงบริเวณนี้ จึงออกแบบเป็นทางหลวงต่างระดับกันระหว่างคันทางด้านซ้ายทางและคันทางด้านขวา โดยคันทางด้านขวาจะใช้ระดับถนนเดิมเป็นการปรับปรุงผิวจราจรเดิมในทิศทางลงจากภูเขา และก่อสร้างคันทางใหม่ด้านซ้ายทางในทิศทางขึ้นภูเขา

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า โดยจะมีระดับก่อสร้างต่างจากคันทางเดิม 1.00-8.00 เมตร เพื่อให้ระดับถนนใหม่พ้นจากการตัดภูเขา ด้วยพื้นที่เขตทางจำกัด 40 เมตร เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา จึงได้ออกแบบโดยใช้กำแพงป้องกันดินแนวดิ่ง (MSE Wall) กั้นดินบริเวณลาดชัน แทนการถมลาดคันทาง และเพื่อการเสริมกำลังดินเดิมและเสริมโครงสร้างกำแพงกันดิน เสริมความแข็งแรงสร้างเสถียรภาพและป้องกันการถล่มของดิน อีกทั้งช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรูปแบบทางหลวงเป็นการออกแบบขยายทางหลวงเดิมขนาด 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.50 เมตร

แนวเส้นทางโครงการมีทางแยก 1 แห่ง คือ แยกซอยนางทองที่ กม. 797+054 ออกแบบปรับปรุงเป็นทางแยกแบบควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร ทั้งนี้เส้นทางโครงการมีบางช่วงที่ตัดผ่านย่านชุมชนและทางหลวงท้องถิ่นจึงได้ออกแบบจัดการจราจรและจุดกลับรถออกเป็น 4 รูปแบบประกอบด้วยดังนี้

นายสราวุธ กล่าวด้วยว่า 1.รูปแบบจุดกลับรถระดับพื้นราบจำนวน 2 แห่งคือ กม. 796+892 และ กม. 797+222 เป็นจุดกลับรถแบบเปิดเกาะกลางบริเวณด้านหัวและด้านท้ายแยกซอยนางทอง และ กม. 801+870 จุดกลับรถแบบเปิดเกาะบริเวณบ้านเขาหลักเพื่อรองรับรถที่จะเลี้ยวรถเข้าซอยเขาหลัก 2.รูปแบบสะพานทางลอดสำหรับกลับรถ จำนวน 3 แห่ง คือ 1.กม. 798+090.000 ความสูงช่องลอด 2.50 เมตร 2.กม. 800+330.000 บริเวณบ้านหาดเล็ก ความสูงช่องลอด 5.50 เมตร และ 3.กม. 800+047.500 ความสูงช่องลอด 5.50 เมตร

3.รูปแบบจุดกลับรถใต้สะพานข้าม กม.801+599.000 คลองเขาหลัก ความสูงช่องลอด 2 เมตร นอกจากนี้บริเวณบ้านบางหลาโอนได้ออกแบบทางลอดคนเดินให้นักท่องเที่ยว และ 4.รูปแบบทางข้ามสำหรับคนเดินจำนวน 3 แห่งคือ กม. 797+000 กม.797+445 และ กม. 797+670 เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่อยู่บริเวณบริเวณย่านชุมชนของบ้านบางหลาโอน ระยะทาง 1.20 กม. โดยทางลอดมีความกว้าง 2.40 เมตร และสูง 2.20 เมตร เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินลอดใต้ทางลอดข้ามถนนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับมาตรฐานของโครงข่ายทางหลวงสาย ระนอง-พังงา-ภูเก็ต เพื่อให้สามารถรองรับการคมนาคมขนส่งได้อย่างเพียงพอใน 20 ปีข้างหน้า สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และสอดรับกับวิถีของชุมชน เพื่อให้ประชาชนและและภาคขนส่งในพื้นที่ภาคใต้เดินทางด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

อันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ปี 66-70) รวมทั้งสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่ จ.ระนองตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Dorridor : SEC) และเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์หรือสะพานระเบียงเศรษฐกิจ) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคและประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลและ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม



