นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยในงานแถลงผลงานรอบ 1 ปี ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดีอีเอสครบรอบ 6 ปี ว่า ในช่วงปีที่ผ่านมากกระทรวงฯ ได้เร่งขับเคลื่อและกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยรูปแบบใหม่อย่างอาชญากรรมออนไลน์ ที่เข้าใกล้ตัวมากขึ้นและมีจำนวนมากขึ้น ตามความแพร่หลายของการาถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และโซเชียลมีเดียของคนไทย

โดยได้เร่งพัฒนาการวางรากฐานโครงสร้วงพื้นฐานส่งผลให้อันดับด้านดิจิทัลของประเทศปรับตัวอยู่ในอันดับต้นๆ ชองโลก ไม่ว่าจะเป็น อันดับ1 ของโลกในการซื้อสินค้าออนไลน์ อันดับ 3 ในเรื่องความเร็วเน็ตบ้าน อ้นดับ 3 การเสพข่าวผ่านออนไลน์/ใช้โซเชียลเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร อันดับ 4 ของโลกในการถือครองเงินคริปโตฯ และอันดับ 7 ในการใช้อินเทอร์เน็ตมือถือ ฯลฯ

ขณะที่ปัจจุบันสัดส่วนการใช้มือถือของคนไทยมีมากกว่า 95 ล้านเลขหมาย แซงหน้าจำนวนประชากรทั้งประเทศไปแล้ว และกว่า 77% ของประชากรไทยเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเป็นจำนวนที่เพิ่มจากปี 64 ชาวไทยกว่าเกือบ 57 ล้านคน เป็นสาวกโซเชียล

นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนสตาร์ทอัพ ได้ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม จำนวน 139 ราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจระหว่างปี 62-65 (ไตรมาส 3) ได้ 16,822 ล้านบาท รวมถึงได้จัดทำเสนอมาตราการทางภาษี ช่วยสนับสนุนให้สตาร์ทอัพไทย

สำหรับการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งลงทุนโดยตรง และลงทุนโดยอ้อมผ่าน Venture Capital (CVC) จะช่วยสนับสนุนให้สตาร์ทอัพไทย ระดมทุนจากนักลงทุนได้เพิ่ม โดยเว้นเก็บภาษีผลกำไรจากส่วนต่างของราคาหลักทรัพย์ (Capital Gains Tax) เป็นเวลา 10 ปี

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ในส่วนการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และแก็งคอลเซ็นเตอร์ สามารถปิดกั้น เอสเอ็มเอส หลอกลวง จำนวน 46,219 เลขหมาย อายัดบัญชี 28,381 บัญชี และช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้ปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ ตามคำสั่งศาลแล้ว 2,819 เว็บไซต์ และในส่วนเฟคนิวส์ที่เคยมีจำนวนมาก ก็ลดลงถึง 80% นอกจากนี้ยังมีการเซ็นเอ็มโอยูกับทางการกัมพูชาในการร่วมมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก้ปัญหาให้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลโดยเติบโตขึ้น 51% จากปี 63 จากปัจจัยหนุน ของตัวเลขเติบโต ในหลายธุรกิจดิจิทัล เช่น อี-คอมเมิร์ซ โตขึ้น 68% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด คนไทยใช้บริการผ่านแอพต่างๆ สูงขึ้นกว่า 20% บริการดิจิทัลเติบโต 44% โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน เศรษฐกิจดิจิทัลต่อจีดพี เพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 70

“สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เคยจัดทำรายงานระบุว่า เมื่อปี 61 มูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วน 17% ของจีดีพีประเทศไทย อย่างไรก็ตาม วิกฤติแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา กลายเป็นตัวเร่งความเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงฯ ยังได้เร่งให้เกิดการบริการรัฐผ่านดิจิทัล ภายใต้หนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ผ่านโครงการต่างๆ โดยหนึ่งในนั้นคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ‘สังคมไร้เงินสด’ (Cashless Society) ผ่านบริการพร้อมเพย์ (PromptPay) และแอพพลิเคชั่น ‘เป๋าตัง’ สร้างทางลัดให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสการทำธุรกรรมและค้าขายทางออนไลน์ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

ล่าสุด ได้ต่อยอดสู่การเป็นช่องทางบริการภาครัฐ อำนวยความสะดวกประชาชน ตอบสนองจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่อยู่ในระดับสูง สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้สามารถการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยหลายๆ หน่วยงานได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลจนเกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างความพึงพอใจต่อประชาชนผู้มาใช้บริการ.