เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เขตพระนคร พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมการสร้างเครือข่ายภาคส่วนประชาชนเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจเอเปค ปี 2565 โดยมี พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รองผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์องการจัดอบรมในครั้งนี้

กองบัญชาการตํารวจนครบาล มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัยและอํานวยความสะดวกการจราจรในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นําเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้ จึงได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมการสร้างเครือข่าย ภาคประชาชน เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจเอเปค ปี 2565 ขึ้น เพื่ออบรมภาคส่วนประชาชนที่อาสาเข้าช่วยเหลืองานตํารวจให้มีความรู้ความเข้าใจ การคอยเฝ้าระวังภัย แจ้งข้อมูลข่าวสาร และมีส่วนร่วมช่วยเหลือกิจการของภาครัฐต่อไป โดยการอบรมในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการอบรม จํานวนทั้งสิ้น 253 คน ประกอบด้วยภาคส่วนประชาชน ในพื้นที่กองบังคับการ ตํารวจนครบาล 1, 4, 5, 6 และ 7 ที่อาสาเข้าช่วยเหลือกิจการงานตํารวจ

พล.ต.ต.สมนึก กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้เกิดขึ้นตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการเห็นภาคประชาชนเข้ามามีส่วนช่วยเหลืองานของตํารวจในภารกิจสำคัญนี้ กองบัญชาการตํารวจนครบาล จึงจัดโครงการอบรมในครั้งนี้ขึ้นเป็นรุ่นที่ 1 โดยมีภาคประชาชน ประกอบด้วย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง (วิน จยย.) คนขับแท็กซี่สาธารณะ ผู้ค้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร จัดส่งเจ้าหน้าที่-พนักงานสังกัดกรุงเทพมหานคร ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่เทศกิจ พนักงานกวาดถนน และพนักงานเก็บขยะ เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มทักษะในการสังเกต จดจำบุคคลและยานพาหนะ เมื่อเกิดเหตุจะสามารถแจ้งได้อย่างถูกต้อง ซึ่งภายหลังอบรมเป็นที่เรียบร้อย ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับบัตรสมาชิกแจ้งข่าวเอเปค และมีสัญลักษณ์แสดงถึงการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงงานประชุมเอเปค

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ในส่วนของสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ จะนำเนื้อหาที่มีการอบรมในวันนี้ไปต่อยอดสอนให้กับ อพปร.ของชุมชน หรือสมาชิกแจ้งข่าวในท้องที่ของตน เพื่อขยายผลผู้มีจิตอาสาในการร่วมมือกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับผู้นำทั้ง 23 ประเทศ ที่จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ต่อไป.



