นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำที่เกิดขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานในการเร่ง แก้ปัญหาเพื่อให้ปริมาณผลผลิตมะพร้าวที่ออกสู่ตลาด กับสัดส่วนปริมาณการนำเข้าและปริมาณการใช้ในประเทศ มีความสมดุลกัน และไม่ส่งผลกระทบต่อราคามะพร้าวที่เกษตรกรขายได้ รวมทั้งได้มอบหมายให้เลขาธิการสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตร ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และร่วมรับฟังปัญหาจากเกษตรชาวสวนมะพร้าว เครือข่าย ชาวสวนมะพร้าว สมาพันธ์ชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา พร้อมหารือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหา และเสนอให้คณะกรรมการพืชน้ำมัน และน้ำมันพืช พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็ว ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 มีมติเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำเรียบร้อยแล้ว

ดังนี้ 1. ผู้ประกอบการยินดีที่จะชะลอการนำเข้ามะพร้าวผล ภายใต้กรอบความตกลง AFTA ปี 2565 ช่วงที่ 2 (เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565) รวมทั้งพร้อมให้ความร่วมมือในการชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลภายใต้กรอบความตกลง WTO กะทิสำเร็จรูป และกะทิแช่แข็ง ออกไปก่อน จนกว่าราคามะพร้าวผลภายในประเทศจะกลับสู่ภาวะปกติ 

2. เห็นชอบการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguard Measure: SSG) สำหรับสินค้ามะพร้าว ปี 2565 ในกรณีที่มีการนำเข้ามะพร้าวผลแก่เกินกว่า 305,335 ตัน ผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นเป็นอัตรา ร้อยละ 72 เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบทางด้านราคาจากการที่มีการนำเข้ามากเกินไป จากมาตรการดังกล่าวจะสามารถช่วยลดสต็อกมะพร้าวที่อยู่ในล้งและตามบ้านเรือนของเกษตรกรได้  และคาดว่าจะส่งผลให้ราคามะพร้าวผลแห้ง (ใหญ่) เพิ่มสูงขึ้นกลับมาเป็นผลละ 12-15 บาท ได้ในช่วงไตรมาส สุดท้ายของปี 2565

นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามข้อผูกพันตามกรอบความตกลงการค้าระหว่างประเทศ และช่วยให้เกษตรกรไม่ได้รับผลกระทบจากการเปิดตลาด รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกในการดำเนิน ธุรกิจของผู้ประกอบการ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลือง และสินค้าน้ำมันถั่วเหลืองและแฟรกชันของน้ำมันถั่วเหลือง มะพร้าวและมะพร้าวฝอย เนื้อมะพร้าวแห้ง และ น้ำมันมะพร้าวและแฟรกชันของน้ำมันมะพร้าว 3 ปี (ปี 2566-2568) โดยในส่วนของการบริหารจัดการสินค้า เมล็ดถั่วเหลืองผู้มีสิทธินำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองทั้ง 8 สมาคม ยินดีให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านการผลิต และรับซื้อ เมล็ดถั่วเหลืองภายในประเทศ ในราคาตามกลไกตลาด แต่ไม่ต่ำกว่าราคาขั้นต่ำ ตามชั้นคุณภาพ ซึ่งเป็นระดับราคาที่ เพิ่มขึ้นจากช่วง ปี 2563-2565 อีกกิโลกรัมละ 2.25 บาท รวมทั้งยินดี สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรวบรวมผลผลิต เมล็ดถั่วเหลืองให้กับสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชน เพิ่มเติมอีกในราคากิโลกรัมละละ 2 บาท ทุกชั้นเกรด คุณภาพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์การเกษตร/วิสาหกิจชุมชน

ด้าน นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ระบุว่า หากพิจารณาข้อมูลการผลิตและการส่งออกมะพร้าวไทย ปี 2565 สศก. พบว่า ไทยมีผลผลิต มะพร้าวประมาณ 0.969 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 5.62 เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยผลผลิตจึง เพิ่มขึ้น โดยผลผลิตส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 70 เป็นการผลิตเพื่อการส่งออก แต่เนื่องจากนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ประเทศคู่ค้ามีความต้องการนำเข้าลดลง อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศยุโรป โดยจะเห็นได้จาก ปริมาณส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกปี 2565 (มกราคม-กรกฎาคม) มีปริมาณรวม  85,031 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกัน ของปี 2564 ร้อยละ 36.21 หรือคิดเป็นมะพร้าวผลประมาณ 115,000 ตัน ดังนั้น ส่งผลทำให้มีปริมาณสต๊อกมะพร้าว ในประเทศจำนวนมาก ทำให้ราคามะพร้าวผลแห้ง (ใหญ่) ที่เกษตรกรขายได้ลดลง โดยในเดือนกันยายน 2565 เฉลี่ย ผลละ 8.19 บาท ลดลงจากราคาเฉลี่ยผลละ 13.37 บาทในเดือนมีนาคม 2565 ร้อยละ 38.74

ทั้งนี้ จากมาตรการตามมติประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะสามารถช่วยลดสต็อกมะพร้าวและจะส่งผลให้ราคามะพร้าวกลับมาสู่ภาวะปกติ ภายในปลายปีนี้ จึงขอความร่วมมือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามตามมาตรการข้างต้น เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว รวมทั้งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองและสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนร่วมกัน.