สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า นายยาอีร์ ลาปิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล เดินทางเยือนโมร็อกโก เป็นเวลา 2 วัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ระหว่าง 2 ประเทศ โดยหัวใจสำคัญของการเยือนครั้งนี้ อยู่ที่การเปิดสำนักงานตัวแทนทางการทูตอิสราเอลในกรุงราบัต ลาปิดนับเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลคนแรก ที่เยือนโมร็อกโกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อิสราเอลลงนามใน “ข้อตกลงอับราฮัม” สร้างไมตรีกับ 4 ประเทศอาหรับ ซึ่งประกอบด้วย ดมร็อกโก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และซูดาน โดยมีรัฐบาลสหรัฐเป็นคนกลางประสาน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2563

อิสราเอลและโมร็อกโก มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ร่วมกันมายาวนาน ชาวอิสราเอลจำนวนมากสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษในโมร็อกโก และปัจจุบันโมร็อกโกมีชุมชนชาวยิวขนาดเล็ก อาศัยอยู่หลายพันคน

ลาปิดซึ่งเตรียมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ในปี พ.ศ. 2567 ภายใต้ข้อตกลงการจัดตั้งรัฐบาลผสม 8 พรรค มีกำหนดเข้าพบกหารือกับ นายนาสเซอร์ บูริตา รัฐมนตรีต่างประเทศโมร็อกโก และร่วมลงนามในข้อตกลงหลายรายการ เพื่อผลักดันการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศ นอกจากนั้นยังจะเป็นประธาน ในพิธีเปิดสำนักงานประสานงานอิสราเอล ในกรุงราบัต และเข้าร่วมพิธีสวดมนตร์ ที่โบสถ์ของชุมชนชาวยิว

อิสราเอลและโมร็อกโก มีความสัมพันธ์ทางการทูตระดับต่ำ ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 แต่โมร็อกโกตัดขาด หลังเกิดการลุกฮือของชาวปาเลไสตน์ครั้งที่ 2 ในปี 2543 แต่ทั้ง 2 ประเทศยังคงมีความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ มีชาวอิสราเอลเดินทางสู่โมร็อกโกปีละหลายพันคน

ส่วนหนึ่งของ “ข้อตกลงอับราฮัม” การปรับความสัมพันธ์สู่ระดับปกติกับอิสราเอล รัฐบาลสหรัฐของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตกลงที่จะให้การยอมรับภูมิภาคขัดแย้งยาวนาน “ซาฮาราตะวันตก” ที่โมร็อกโกอ้างกรรมสิทธิ์ แต่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า จะทบทวนการตัดสินใจของรัฐฐาลชุดที่แล้ว

โมร็อกโกผนวกดินแดนซาฮาราตะวันตก ในปี พ.ศ. 2518 โดยไม่ได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติ.

เครดิตภาพ – Israeli Foreign Ministry, REUTERS
เครดิตคลิป – The Newsmakers