เมื่อวันที่ 26 ก.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมได้หารือการจัดทำกรอบแนวทางปฎบัติตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เรียนและเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ครอบคลุมการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาทางเลือก โดยปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566-2569 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนั้น กช.จะต้องไปจัดทำแนวปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ตรงตามระเบียบของการจัดสรรเงินไปยังสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) อย่างถูกต้อง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากการจัดการศึกษาในพื้นที่ดังกล่าวมีระเบียบการจัดทำเงินอุดหนุนรายหัวเฉพาะพื้นที่พิเศษที่แตกต่างจากสถานศึกษาในพื้นที่อื่น โดยกำหนดเงื่อนไขว่าหากมีการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้แก่สถานศึกษาเอกชนในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องมีการเพิ่มให้ร้อยละ 15 ซึ่งการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวในแต่ละครั้งก็ต้องลดจำนวนเปอร์เซ็นต์ลงตามสัดส่วนของรัฐบาล ดังนั้นในเรื่องเงินอุดหนุนรายหัวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้สช.ก็อาจจะต้องปรับระเบียบให้สอดรับมากขึ้น นอกจากนี้ตนได้รับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการศึกษาเอกชน เพื่อให้ สช.นำไปดำเนินกาปรับแก้ไขให้บรรลุตามเป้าหมายต่อไป.