ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา มีการปลูกหมากมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ โดยมีต้นหมากแทบจะทุกครัวเรือน นอกเหนือจากการปลูกยางพาราที่เป็นอาชีพหลัก และยังเป็นอาชีพทางเลือกอีกอาชีพหนึ่งของคนในพื้นที่ และคุณสมบัติของหมากที่ปลูกง่าย ไม่ต้องฉีดยาบำรุงอะไรมาก แม้ในช่วงหน้าฝน ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ อีกทั้งหมากปลูกเพียงครั้งเดียวแต่ให้ผลผลิตนานราว 30-40 ปี
โดยปัจจุบันตลาดหมากมีความต้องการสูงมากขึ้น และผลผลิตในประเทศไทยยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งตอนนี้ประเทศจีน อินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม และ เมียนมา ต่างสั่งซื้อทั้งหมากสด หรือหมากเขียว ท้ายผลแหลม และหมากสุก ผลกลม ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวนมาก เนื่องจากหมากของไทยเป็นหมากที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ราคาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เช่น หมากสด กิโลกรัมละ 10 บาท และหมากตากแห้ง กิโลกรัมละ 40-50 บาท บางช่วงอาจะมีราคาสูงไปถึง 70-80 บาท หรืออาจะมากกว่านั้นตามแต่สถานการณ์

นอกจากนั้นในขณะนี้มีบริษัทจากประเทศจีนได้มาเช่าพื้นที่ใน อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อรับซื้อหมากของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการปลูกหมากแซมในสวนยางพารา โดยประเทศจีนต้องการผลหมากอ่อนหรือหมากเขียว เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงพวกช็อกโกแลต สแน็กอาหารว่าง อาหารทานเล่นต่างๆ รวมทั้งหมากสุกด้วย โดยไม่จำเป็นต้องผ่า แต่จะใช้วิธีการอบ เพื่อให้สามารถเก็บรักษาเอาไว้ให้นานกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้ในพื้นที่เกิดการจ้างงาน และสร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
นายสมพงษ์ ราชสุวรรณ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกร กยท.สาขานาทวี กล่าวว่า สำหรับการตลาดภายในประเทศไทย ก็มีความต้องการหมากอยู่มากเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันยังมีการบริโภค และนำไปประกอบการพิธีกรรมสำคัญต่างๆ ทั้งในงานบุญ งานพิธีทางศาสนา และงานประเพณีอีกหลายอย่าง ซึ่งจะเห็นได้ว่า หมากเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตสดใสมากอีกอย่างหนึ่ง เพราะหมากสามารถนำมาใช้รับประทานในลักษณะของสมุนไพร และในเชิงธุรกิจยังใช้หมากเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมฟอกหนัง ฟอกเส้นใย ใช้ทำสีต่าง ๆ ใช้ย้อมแห และอวน และใช้ทำยารักษาโรค

อีกทั้งหมากเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และทุกส่วนของหมากสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ทั้งใบ ลำต้น และ ลูก สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน และมั่นคง โดยค่าเฉลี่ยยางพาสามารถทำเงินได้ราว 40,000-50,000 บาท ต่อไร่ ต่อปี เนื่องจากมีสภาพฝนฟ้าอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่หมากสามารถทำรายได้เฉลี่ยราว 100,000 บาท ต่อไร่ ต่อปี และไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ก็สามารถให้ผลผลิตได้
คาดว่า หากมีการศึกษา และส่งเสริมสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐ หมากน่าจะเป็นอีกพืชเศรษฐกิจที่จะเข้ามาทั้งเป็นอาชีพเสริม หรืออาจเป็นทางเลือกอาชีพหลักอีกอาชีพหนึ่งนอกเหนือจากยางพารา ปาล์ม หรือไม้ผลอื่นๆ ให้กับเกษตรกรก็เป็นได้



