เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากมีฝนตกมากในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ทำให้มีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนกระเสียว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กว่า 13.46 ล้าน ลบ.ม/ต่อวัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีปริมาณ 269.75 ล้าน ลบ.ม หรือคิดเป็นร้อยละ 90.22 ของความจุและยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางเขื่อนต้องระบายน้ำออก ผ่านระบบ River Outlet วันละ 2.12 ล้าน ลบ.ม/วัน และระบายผ่านระบบ Spillway อีก 0.649 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามา

นายบุญฤทธิ์ จำปาเงิน รักษาการแทน ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว กล่าวว่า ปัจจุบันน้ำในเขื่อนกระเสียว ที่ปล่อยออกไปยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ด้านล่างของเขื่อน โดยระบายน้ำออกเป็นสองเส้นทางคือ ทางคลองสามชุก1 ที่จะระบายลงแม่น้ำสุพรรณ และอีกเส้นทางคือประตูห้วยเขต ซึ่งในปัจจุบันมีพื้นที่ลุ่มต่ำอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับมือได้ ถ้าหากมีมวลน้ำไหลเข้ามามากขึ้น ทางเขื่อนกระเสียวก็จะระบายผ่านระบบ Spillway แต่ก็จะควบคุมไม่ให้เกิน 2.0 ล้าน ลบ.ม/วัน เว้นแต่ว่าเขื่อนกระเสียวจะไม่สามารถรองรับน้ำได้อีก

ด้านนายวิชัย ภูมิวัฒนาชัย ส.อบจ.สุพรรณบุรี เขต อ.บางปลาม้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำหลากทุ่งผักไผ่ 200 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา (ชัยนาท) 2,600 ลบ.ม./วินาที ฝากเตือนประชาชนที่อยู่ในเขต ต.จระเข้ใหญ่ ต.องครักษ์ ต.ไผ่กองดิน ต.กฤษณา และ ต.ตะค่า อ.บางปลาม้า เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและขอให้เก็บของไว้บนที่สูง



