สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลักเซมเบิร์ก ประเทศลักเซมเบิร์ก เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งยุโรป (ยูโรสแตท) รัฐบาลโรมสั่งให้ประชาชนราว 6,020 คน ออกจากประเทศในช่วงไตรมาสที่ 2 เทียบกับในไตรมาสแรกที่มีเพียง 260 คน เท่านั้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกอียู
ทั้งนี้ จำนวนข้างต้นเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดสำหรับอิตาลี นับตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ซึ่งทางการอิตาลีสั่งให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองอียู ออกนอกประเทศถึง 6,850 คน
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของจำนวนทั้งหมด ฝรั่งเศสมีตัวเลขสูงสุด โดยมีการผลักดันผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองอียูราว 33,450 คน ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนรวมทั่วอียูทั้งหมด 96,550 คน ขณะที่กรีซ ซึ่งมีตัวเลขสูงเป็นอันดับ 2 ทางการมีคำสั่งให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองอียูกว่า 8,750 คน ออกนอกประเทศเช่นกัน
อนึ่ง ชาวแอลจีเรียได้รับผลกระทบจากคำสั่งผลักดันมากที่สุดถึง 8,170 คน รองลงมาคือ ชาวโมร็อกโก, ชาวแอลเบเนีย และชาวปากีสถาน
นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังติดอันดับต้น ๆ ในการส่งผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองอียู 3,590 คน ไปยังอีกประเทศหนึ่งตามคำสั่งให้ออก ซึ่งคิดเป็น 16% ของการผลักดันพลเมืองโดยรวมของอียู
ในภาพรวม จำนวนผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองอียู ที่โดนคำสั่งให้ต้องออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ตัวเลขของผู้ที่เดินทางเข้าไปยังประเทศอื่นเพิ่มขึ้น 11%.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


