วันที่ 26 เม.ย. 69 ที่ จ.บุรีรัมย์ พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน (รอง ผกก.สส.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง สนธิกำลังหลายหน่วยงาน เข้าจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์

การปฏิบัติการครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยร่วมสนธิกำลัง อาทิ ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด (ชป.ปส.) ภ.จว.บุรีรัมย์ ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ชุดสืบสวน สภ.บ้านด่าน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 และหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ

นายจักรกฤษ หรือแซ็ก อ่อนห้างหว้า อายุ 18 ปี

และนายพายุ หรือเดี่ยว นาควงศ์ อายุ 24 ปี

ทั้งสองเป็นชาว ต.ทุ่งวัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,000 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ขณะผู้ต้องหากำลังเข้าไปเก็บยาบ้าที่เครือข่ายนำมาวางไว้ในพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเป็นเครือข่ายลำเลียงยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ก่อนขยายผลติดตามจับกุม

ทั้งนี้ ระหว่างการสอบสวน นายพายุให้การที่สร้างความตกใจแก่เจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าเพิ่งลาสิกขาจากการบวชเป็นพระได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนถูกจับกุมในช่วงกลางคืน

นายพายุเล่าว่า ตั้งใจบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ โดยเริ่มบวชเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา และตั้งใจจะบวชอย่างน้อย 1 เดือน แต่ระหว่างบวชเกิดอาการกระวนกระวาย เนื่องจากเคยเสพยาบ้ามาก่อน เมื่อไม่ได้เสพจึงรู้สึกทรมานและอดทนได้ยาก ประกอบกับวัดมีระเบียบเคร่งครัด ไม่สามารถกระทำพฤติกรรมดังกล่าวได้

ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจลาสิกขาหลังบวชได้เพียง 11 วัน โดยอ้างกับครอบครัวว่า “คิดถึงแฟน” ซึ่งทางครอบครัวก็ยินยอมให้สึก เนื่องจากเห็นใจ

หลังลาสิกขาเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 25 เม.ย. ผู้ต้องหาได้ติดต่อเครือข่ายเดิมเพื่อซื้อยาบ้ามาเสพทันที จำนวน 10 เม็ด ก่อนจะเสพไป 5 เม็ด จากนั้นได้ออกไปกับเพื่อนเพื่อรับยาบ้าเพิ่มเติม กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดังกล่าว

นายพายุยอมรับผิด พร้อมกล่าวขอโทษพ่อแม่ที่ไม่สามารถบวชได้ตามตั้งใจ เนื่องจากไม่สามารถเอาชนะปัญหาการติดยาเสพติดได้ ส่วนเรื่องแฟนที่อ้างถึงนั้น ยอมรับว่ายังไม่ได้ไปพบแต่อย่างใด