เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา กทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กลุ่มอากาศสูงจากจีนเริ่มแผ่ลงมา อาจทำให้อากาศเย็นขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ดีทำให้ร่องความกดอากาศไม่มีแล้ว ส่งผลให้ความกดอากาศต่ำใน กทม.จะน้อยลงและมีลมแรงขึ้น

อย่างวันนี้เห็นฝนไปเร็ว ฝนในพื้นที่ก็มีปัญหาน้อยลง ที่กังวลอยู่คือ น้ำเหนือที่จะมาจาก 2 ฝั่ง คือ มาจากแม่น้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ปล่อยมาทางแม่น้ำป่าสักมารวมกัน อย่างเมื่อวานจะประมาณ 3,100 ลบ.ม.ต่อวินาที ถ้า 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที น่าจะอันตราย เขื่อนป่าสักฯ ก็เต็มประมาณ 100% หรือน่าจะ 108% เมื่อวานปล่อยมาประมาณ 900 คิว วันนี้อาจะลดลงหน่อย ทั้งนี้ ในมุมของ กทม. อยากให้ระบายออกมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาให้มากที่สุด เพราะถ้าระบายไปทางฝั่งตะวันออก ซึ่งคลองเล็ก ระบาย 200 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้น้ำเอ่อท่วม พื้นที่เขตหนองจอก มีนบุรี และลาดกระบัง แต่ถ้าจะเร่งระบายน้ำช่วงนี้ ดันออกมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาจะดีกว่า หากระบาย 3,500-4,000 ลบ.ม./วินาที ยังพอรับได้ ขณะเดียวกัน กทม.ต้องระวังเรื่องน้ำทะเลหนุนด้วย เดี๋ยวจะลงพื้นที่ตรวจจุดฟันหลอใน กทม. เพราะขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ค่อยกังวลเรื่องฝุ่น PM 2.5 เพราะเรามีมาตรการไปแล้ว คือได้ทำแผนละเอียดแล้ว ก็ให้แต่ละหน่วยงานเริ่มทำ หลายๆอย่างเราเดินหน้าทุกๆโครงการแต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงรายละเอียด เช่น เรื่องหาแนวร่วม เรื่องติดตั้งเซ็นเซอร์เตรียมเตือนภัยทุกโรงเรียน

ทางด้าน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษก กทม. กล่าวถึงความกังวลของประชาชนต่อกรณีหมอกปกคลุมกรุงเทพมหานคร เมื่อเช้านี้ (5 ต.ค.65) ว่า หมอกที่ปกคลุมเมื่อช่วงเช้าไม่ใช่ฝุ่นหรือ PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน แต่เป็นเพราะมีมวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง) แผ่ลงมาปกคลุม จึงทำลมเริ่มเปลี่ยนทิศทางเป็นลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เป็นสัญญาณการเริ่มเปลี่ยนแปลงฤดูกาล (จากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว) ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้เกิดหมอกปกคลุมทั่วกรุงเทพฯ ในตอนเช้า

สำหรับค่า PM 2.5 เช้านี้ตรวจวัดได้ในช่วง 11-34 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ตามเกณฑ์กรมควบคุมมลพิษ ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ส่วนความกังวลที่ PM 2.5 มักจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าหนาวของทุกปี ทาง กทม. ได้มีการเตรียมความพร้อมโดยการยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศให้ใกล้เคียงกับค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด โดยปรับค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง จาก 50 เป็น 37.5 มคก./ลบ.ม.) และค่าเฉลี่ยรายปีปรับลดจาก 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เหลือ 15 มคก./ลบ.ม.

นอกจากนี้ ให้มีการปรับการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 ค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ระดับ 2 ค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ระหว่าง 37.6-50 มคก./ลบ.ม. ระดับ 3 ค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ระหว่าง 51-75 มคก./ลบ.ม. และระดับ 4 ค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่ 76 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป เมื่อปริมาณฝุ่นอยู่ในระดับไหนจะมีการเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการในแต่ละระดับให้สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อกรุงเทพฯ สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ให้พื้นที่เกิดผลสัมฤทธิ์ สร้างอากาศสะอาด บริสุทธิ์ และปลอดภัยให้ประชาชน.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายชัชชาติได้กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีกระแสข่าวว่า มีการเรียกรับเงินในการเลื่อนตำแหน่ง ว่าประเด็นนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ไม่มีทางที่จะมีความคิดอย่างนั้น ถ้ามีการรับเงินสุดท้ายคนที่รับจะต้องเป็นทาสของคนที่ให้เงิน ฉะนั้นแล้วขอยืนยันว่า ไม่มีการเรียกรับเงินใดๆแน่นอน

ทั้งนี้ ชุดคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้มีความโปร่งใส ละเอียด รอบคอบ ส่วนตัวหลังจากที่มีคำสั่งไปได้รับกระแสตอบรับมาจากหลายฝ่ายว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีความยุติธรรมและให้ความยุติธรรมกับคนที่อาวุโส แต่ถูกมองข้ามมาหลายครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นกำลังใจให้ เพราะเรื่องความยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการจะสร้างความสามัคคีในหมู่ผู้ร่วมงาน ยืนยันว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างเต็มที่ มีการสอบคัดเลือก มีเกณฑ์ทุกอย่างใช้ความสามารถกับเรื่องของประสบการณ์ระดับอาวุโสร่วมกัน โดยส่วนการแต่งตั้ง โยกย้าย ผู้อำนวยการเขตถือว่าเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพ ที่มีอำนาจจัดการ

ส่วนที่มีกระแสว่ามีการตั้งระเบียบให้ประเมิน 3 เดือนนั้น ถ้าทำไม่ได้ให้ลาออก ตนไม่เคยพูดว่าต้องลาออก แต่ให้ประเมินว่าทำได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะต้องย้ายไปทำงานส่วนอื่นที่เหมาะสมกว่า เพราะถ้า 3 เดือนแล้วไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ อาจจะเหมาะกับตำแหน่งอื่น
ซึ่งในเรื่องโยกย้ายอาจจะไม่ถูกใจทุกคน ก็ถือว่าให้เวลา 3 เดือน ทำงานพิสูจน์ตัวเองในช่วงเวลานั้นให้เต็มที่.