สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า ภัยแล้งครั้งประวัติศาสตร์ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ของยุโรปส่งผลให้หญ้าและข้าวที่ใช้เลี้ยงสัตว์มีประมาณลดลง อีกทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับการทำฟาร์มยังต้องประสบกับราคาพลังงาน และปุ๋ยที่พุ่งสูง ซึ่งสัญญาณของผลผลิตปศุสัตว์ที่ลดลงเหล่านี้ ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรกล่าวเตือนถึงอุปทานตึงตัว ที่อาจทำให้ภาวะราคาอาหารเฟ้อรุนแรงขึ้นได้

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวในแนวโน้มการเกษตรระยะสั้นว่า การผลิตนมของอียูคาดว่า จะลดลง 0.5% ในปีนี้ เนื่องจากปริมาณอาหารสัตว์ที่ลดลงส่งผลให้เกษตรกรบางรายลดขนาดฝูงสัตว์ อีกทั้งสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งยังทำให้ผลผลิตนมวัวลดลงด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น อีซียังกล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงต้นปี 2566 จะเป็นช่วงที่ยากลำบาก เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องเผชิญกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงในช่วงฤดูหนาว ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคอาจลดลง เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ

สำหรับภาพรวมในปีหน้า อีซีคาดการณ์ว่าผลผลิตนมของสหภาพยุโรปจะลดลง 0.2% ซึ่งสันนิษฐานว่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในสภาพอากาศปกติส่วนใหญ่จะหักล้างกับจำนวนวัวที่ลดลง

ในส่วนของเนื้อวัว มีการคาดการณ์ว่าราคาอาหารสัตว์จะส่งผลให้เกิดการลดจำนวนฝูงสัตว์ในระยะยาว และมีส่วนทำให้การผลิตลดลง 0.6% ในปีนี้ ก่อนที่จะลดลง 0.2% ในปี 2566

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากราคาอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นแล้ว ภาคส่วนเนื้อหมูและสัตว์ปีกยังคงอ่อนแอจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (เอเอสเอฟ) และไข้หวัดนก.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES