สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า กระทรวงเกษตรของนอร์เวย์เผยแพร่แถลงการณ์ เกี่ยวกับการรับฝากเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ รวม 1,892 เม็ด จากรัฐบาลอุรุกวัย และเมล็ดพันธุ์ข้าว และเครื่องเทศหลายชนิดรวม 418 เมล็ดจากรัฐบาลอิรัก เข้าสู่อุโมงค์นิรภัยเก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลก สฟาลบาร์ หรือ เอสจีเอสวี ( The Svalbard Global Seed Vault : SGSV ) ตั้งอยู่บนเกาะสปิตส์เบอร์เกน ดินแดนกึ่งกลางระหว่างแผ่นดินใหญ่นอร์เวย์ กับขั้วโลกเหนือ ซึ่งเปิดรับเมล็ดพืชชุดใหม่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2563

ป้ายบอกทางเข้า อุโมงค์นิรภัยเก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่เมืองสฟาลบาร์ ประเทศนอร์เวย์


ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองประเทศร่วมฝากเมล็ดพันธุ์พืชเข้าสู่อุโมงค์นิรภัยดังกล่าว ที่ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2551 ตามกรอบของสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร ภายใต้การกำกับดูแลของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อความมั่นคงทางอาหารของโลก และเอสจีเอสวีเคยมีบทบาทสำคัญระหว่างปี 2558-2562 ด้วยการเพาะพันธุ์พืชหลายชนิด ซึ่งได้รับความเสียหายทางพันธุกรรมอย่างหนัก จากสงครามกลางเมืองในซีเรีย


นอกจากนี้ เกาหลีใต้และเม็กซิโก รวมอยู่ในกลุ่มประเทศซึ่งนำเมล็ดพืชนานาชนิดมาฝากไว้ที่เอสจีเอสวีเป็นครั้งแรก เมื่อวันพุธเช่นกัน อนึ่ง รายงานของยูเอ็นระบุว่า โลกมีพืชรับประทานได้มากกว่า 6,000 ชนิด แต่ปัจจุบัน ประชากรโลกส่วนใหญ่รับประทานคาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชเพียง 3 ชนิดเป็นหลัก คือ ข้าวเจ้า ข้าวโพด และข้าวสาลี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES