กลายเป็นประเด็นที่แฟนคลับให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากที่นักร้องหนุ่มชื่อดัง “นุ๊ก ธนดล” ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อสืบพยานในคดีความที่เจ้าตัวเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเหล่าแอคเค้าท์ปั่นที่สร้างความเสียหาย ล่าสุด “นุ๊ก” และ “ป๊ายปาย โอริโอ้” ได้ออกมาเปิดใจถึงเบื้องลึกของคดีนี้ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปีนี้ด้วย

นุ๊ก ธนดล เผยว่า “ที่ผมไปสถานีตำรวจ จริงๆ มันเป็นคดีความที่ผมแจ้งมานานแล้วครับ แล้วผมไปสืบพยาน ก็สำหรับคนที่ปั่น แอคเค้าท์ที่ปั่น สาเหตุเกิดจากทำให้เราเสียหายครับ แต่จริงๆ แล้วผมจะเป็นคนที่ไม่ค่อยซีเรียสกับแอคปั่นมากมาย นอกจากจะทำให้เราเสียหายจริงๆ และมันจะเป็นผลกับชีวิตของเราจริงๆ ไม่งั้นผมก็ไม่แจ้งอะไร ก็พาดพิง เขาไปคอมเมนต์ว่าผมเนรคุณครับ ซึ่งผมไม่เคยเนรคุณกับใคร เรื่องนี้นานแล้วครับ ประมาณปีนึงแล้วครับ คือคดีจริงๆ มันก็มาเรื่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่ยอม จริงๆ ผมเป็นคนที่ไม่ได้เป็นคนใจไม้ไส้ระกำหรอก แต่ว่าผมได้มีโอกาสไปสัมผัสแล้วก็ได้ไปเจอตัวเขา 1 ครั้งแล้ว ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลย แล้วเขาก็ไม่ได้ไม่ได้กลัวอะไรเลย โดยที่เขาเป็นคนผิดอะไรเงี้ย ผมก็รู้สึกว่าเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใจดีกับคนประเภทนี้ ที่โพสต์ข้อความก่อนหน้านี้ก็เป็นทั้งกรณีเดียวกันด้วย แล้วก็เป็นเป็นกรณีอีกหลายๆ กรณีด้วย จริงๆ ก็ไม่ได้ฟ้องแค่คนเดียว ฟ้องอีกหลายๆ คน จริงๆ ผมฟ้องมานานมากแล้วนะ แต่ว่าผมแค่ไม่ได้ประกาศ (แสดงว่าเอาความให้ถึงที่สุด?) ทำให้เราเสียครับพี่ เพราะว่าเรามาเปิดบริษัทด้วย แล้วก็เรามาพบเจอผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน แล้วคำพูดในหลายๆ อย่างที่เขาพูดออกมามันทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่มองเราอีกแบบหนึ่ง

ที่ผ่านมาก็โดนเป็นด้านลบมาตลอด อันนั้นไม่ได้ซีเรียสครับพี่ โดนคอมเมนต์ด้านลบ ปายโดนว่าร้องเพลงเพี้ยน ผมโดนว่าเก๊ดบ้างแหละ นั่นนู่นนี่บ้าง อันนี้พวกเราไม่ได้ซีเรียส เพราะว่ามันเป็นมันเป็นความคิดของใครของมัน เขาสามารถคิดได้ครับ จริงๆ พวกเราก็เลยไม่ได้ซีเรียส แต่ครั้งนี้มีผู้ใหญ่เขาก็มาถามผมว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเป็นคนที่ผมรู้จักดีมากครับ เป็นพี่น้องที่รักกันมากครับ กับปายด้วย เพราะเราไม่เคยที่จะทะเลาะกัน ถ้าถามว่าเสียใจแค่ไหนที่เขาไปพูดแบบนั้น มันผิดหวังครับ ผิดหวังว่า เอ้ย อะไรวะ แต่ก่อนเราก็อยู่ด้วยกันดีๆ แต่มาทุกวันนี้ทำไมมาคอมเมนต์แบบนี้ มันก็เลยรู้สึกว่าเซ็งด้วย ไม่สบายใจด้วย (ตั้งใจจะเอาถึงที่สุดแค่ไหน?) ก็ถึงที่สุดเท่ากับที่ที่จะทำได้อ่ะครับ คือปายเองก็รู้จักเขาดีมาก คือเคยมีที่จะขอโทษกันครับ แต่ว่ามันรู้สึกว่า “งั้นขอโทษก็ได้” อะไรอย่างเงี้ย เหมือนไม่เต็มใจ ต่อไปก็น่าจะขึ้นศาล สำหรับคนที่จะเม้นต์ เม้นต์อยู่ในขอบเขตเม้นต์ได้นะครับ พวกผมไม่ได้ซีเรียส อาจจะเม้นต์ว่าผมอาจจะขี้เก๊กเกินไป อาจจะเล่นคอนเสิร์ตไม่ดี คุณสามารถเม้นต์ได้ผมไม่ได้ซีเรียส ผมเข้าใจ เพราะว่ามันเป็นความคิดของใครของมัน แต่ว่าถ้าเม้นต์มาถึงครอบครัวผม หรือมันเกินเลยเกินไปอย่างเงี้ย ผมก็ต้องดำเนินดำเนินการตามกฎหมาย”

ป๊ายปาย เผยว่า ”ที่ผ่านมาเราสองคนเจอแทบตลอดครับ แต่พวกเราอนุโลมมา แต่มันบั่นทอนใจเรามาเรื่อยๆ ครับ แต่มาถึงคราวนี้เขาก็ออกโรงเลย ผมมองว่ามันเป็นความที่เขาใกล้ชิดกับคนคนนั้นด้วย แล้วมันก็เสียความรู้สึกเขา มันกระทบจิตใจเราเรื่อยๆ ผมว่าเขาทำถูกแล้วที่ทำแบบนี้ ซึ่งตามจริงเราไม่ได้ขีดเส้นแบบนั้น แต่มันอะไรที่มันกระทบความรู้สึกเรามากๆ บั่นทอนไปเรื่อยๆ ผมว่าอันนั้นน่าจะขีดเส้นเลย แต่ปายโดนเยอะครับ เยอะจนแบบอ้าวโดนอีกแล้วเหรอเนี่ย ตื่นเช้ามา เอ้า อยู่ดีๆ ก็โดนอะไรอย่างเงี้ย (มีคอมเมนต์เรื่องเดิมๆ ที่เม้นต์อยู่ทุกวัน?) ก็มีเรื่องเดิมๆ บ้าง แต่ก็น้อยแล้วครับ เขาก็คงขี้เกียจเม้นต์แล้ว”




