สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า อินโดนีเซียและจีนจัดการประชุมทวิภาคี 2+2 โดยมี รมว.การต่างประเทศ และ รมว.กลาโหม ของทั้งสองประเทศเข้าร่วม ที่กรุงจาการ์ตา


นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนและอินโดนีเซียควรร่วมกันคว้าโอกาสจากสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมเตือนว่า แนวคิดฝ่ายเดียวและการใช้อำนาจครอบงำส่งผลกระทบต่อความร่วมมือ และเสถียรภาพของโลก


ขณะที่ พล.ร.อ. ต่ง จวิน รมว.กลาโหมจีน กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) กับอินโดนีเซีย ยังสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก รวมถึงการเพิ่มการซ้อมรบร่วม การแลกเปลี่ยนนายทหาร และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

นายซูกิโอโน รมว.การต่างประเทศอินโดนีเซีย ต้อนรับนายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน


การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นาน หลังจีนและอินโดนีเซียเพิ่งจัดการซ้อมรบร่วมทางทะเล ใกล้ชายฝั่งทางตะวันออกของไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัฐบาลไทเป แม้อินโดนีเซียยืนยันว่าเป็นการฝึกตามปกติ


อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียยังมีข้อขัดแย้งกับจีนเกี่ยวกับกิจกรรมในทะเลจีนใต้ ซึ่งรัฐบาลจาการ์ตาพยายามวางท่าทีอย่างระมัดระวัง และไม่ถือว่าตนเป็นคู่กรณีในข้อพิพาทดินแดนโดยตรง


ในด้านการค้าและการลงทุน จีนเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ของอินโดนีเซีย โดยมีเงินลงทุนโดยตรงราว 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 127,377.90 ล้านบาท) ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

พล.ท.ซาฟรี ซามโซดิน รมว.กลาโหมอินโดนีเซีย ต้อนรับ พล.ร.อ. ต่ง จวิน รมว.กลาโหมจีน


ทว่าบริษัทจีนเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียปรับนโยบายให้เอื้อต่อภาคธุรกิจมากขึ้น หลังภาษีที่สูงขึ้นและสูตรกำหนดราคานิกเกิลใหม่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น


ทั้งนี้ หอการค้าจีนในอินโดนีเซียกล่าวว่า บริษัทจีนเผชิญกับกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่มากเกินความจำเป็น และข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS