เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนพร้อมด้วย นางพุทธชาต ทองกร รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ สพฐ. และคณะทำงาน ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ การดำเนินการค่ายโอลิมปิกวิชาการ สอวน. ค่าย 1 วิชาเคมีโดยพบปะและให้กำลังใจนักเรียนโอลิมปิกวิชาการ ครูวิทยากร และตรวจสอบความพร้อมในการดำเนินการ การจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ของโรงเรียนศูนย์โอลิมปิกวิชาการ สอวน. ค่าย 1 โรงเรียนสงวนหญิงจ.สุพรรณบุรี
.
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจเยี่ยมค่าย 1 ของศูนย์โรงเรียนสงวนหญิงในวันนี้ และได้ฟังประวัติและการดำเนินการของโรงเรียน พบว่ามีการนำเอาสัญลักษณ์ของโรงเรียน มาเชื่อมโยงกับความเป็นมาของโรงเรียนเป็น Story ที่มีคุณค่า คงความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่ไม่เหมือนโรงเรียนอื่น พร้อมทั้งนำเอาคุณงามความดี มาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในการขับเคลื่อนงานรวมใจครู สู่พฤติกรรมนักเรียน ซึ่งนอกจากความเป็นวิชาการ ยังให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะคุณธรรมอีกด้วย อีกทั้งยังมีการนำเครือข่ายเข้ามาเพิ่มความเข้มแข็งของโรงเรียนในหลายๆด้าน ซึ่งเหมือนกับการนำศิษย์เก่าของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยที่เป็นคุณหมอ เข้ามาเป็นหมอประจำที่ห้องพยาบาลอาทิตย์ละ 2-3 วัน รวมถึงโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ที่ให้ศิษย์เก่ามาให้ความรู้ในเรื่องความปลอดภัย ส่วนจุดเด่นของโรงเรียนนั้น นอกจากให้ความสำคัญด้านวิชาการแล้ว ยังให้ความสำคัญด้านกีฬาซึ่งนักเรียนติดตัวเยาวชนกำลังซ้อมตะกร้อกับโค้ชอย่างตั้งใจและยังมีดนตรีอีกด้วย ซึ่งโรงเรียนนี้มีการจัดการเรียนการสอนดนตรีทั้งไทยและสากลครบ 100% ในส่วนนี้ขอชื่นชมคณะทำงาน ที่พาครูรุ่นใหม่มาขับเคลื่อน โดยการเป็นวิทยากรรุ่นใหม่ที่เป็น Young Generation ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของ สพฐ. ในอนาคต และอาศัยมหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยงช่วยในการพัฒนาครูต่อไป
.
นางเกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ขอฝากเพิ่มเติมคืออยากให้เชื่อมโยงโรงเรียน ชุมชน และจังหวัด เอาความดั้งเดิมของโรงเรียนมาเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ เพื่อให้รู้จักรากเหง้าของตนเอง สร้างทัศนคติที่ดี ผ่านการคิดวิเคราะห์ และการบูรณาการ ขอให้ผู้บริหารขับเคลื่อนในส่วนนี้ด้วย พร้อมทั้งขอชื่นชม สอวน. และ ศบศ. ที่ทำให้โรงเรียนเป็นศูนย์การอบรมเข้าค่ายของนักเรียน เพราะถือว่าเป็นการสร้างโอกาสนักเรียนที่ไม่ได้เข้าค่าย 1 ได้มีโอกาสใช้อุปกรณ์ในช่วงที่ไม่มีค่าย และอาจขยายไปถึงโรงเรียนของครูที่มาเป็นวิทยากรและนักเรียนจากโรงเรียนอื่นด้วย ซึ่งถือว่าช่วยพัฒนาครูและเติมเต็มโอกาสของความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือ ให้กับเด็กทุกคนของโรงเรียนที่เป็นศูนย์และบริเวณใกล้เคียง นอกจากนั้น ยังเป็นการเติมเสริมในเรื่องของหลักสูตรชาติ ที่มีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน คือ 1. มาตรฐานตัวชี้วัด 2. สมรรถนะ 3. คุณลักษณะ ซึ่งตนมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ครบถ้วน และอยากให้เพิ่มเติมการบูรณาการแหล่งการเรียนรู้มาใช้เป็นห้องเรียน ตัดทอนเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน ให้นักเรียนได้มีโอกาสคิดวิเคราะห์ และนำเวลาที่เหลือมาสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยตัวเองแสดงถึงสมรรถนะ โดยหนึ่งชิ้นงานเป็นผลจากหลายๆวิชา
.
“โดยภาพรวมถือได้ว่าศูนย์โรงเรียนสงวนหญิงสามารถจัดการสอนได้อย่างดี เด็กๆ ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ เมื่อได้พบปะพูดคุยกับนักเรียน ก็ได้เห็นว่านักเรียนมีความสดใส มีชีวิตชีวา มีความสุขในการเรียน ไม่เครียด ตนรู้สึกชื่นชมที่นักเรียนไม่ได้เก่งเพียงวิชาการ แต่ยังมีทักษะชีวิตรอบด้าน จึงขอเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนในการทำตามความฝันความตั้งใจ และอยากให้นักเรียนภูมิใจในตัวเอง ที่สามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว ครูผู้สอน โรงเรียนที่มีโอกาสที่จะได้เป็นตัวแทนของประเทศ และพร้อมที่จะนำความรู้ไปพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว.



