สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาบูจา ประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า อุทกภัยที่เกิดจากฝนตกหนักและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ดี ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณกว้างของไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในทวีปแอฟริกา และทำให้เกิดความกลัวว่า วิกฤติความไม่มั่นคงด้านอาหารและภาวะเงินเฟ้ออาจแย่ลงกว่าเดิม
กระทรวงกิจการเพื่อมนุษยธรรมไนจีเรียระบุว่า ขณะนี้มีชาวไนจีเรียพลัดถิ่นมากกว่า 1.4 ล้านคน, มีรายงานผู้เสียชีวิตประมาณ 500 คน, มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1,546 คน, บ้านเรือนได้รับความเสียหายราว 45,249 หลัง และพื้นที่การเกษตรถูกทำลายกว่า 70,566 เฮกตาร์
ขณะที่นายมันโซ เอเซคีล โฆษกประจำสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (นีมา) กล่าวเสริมว่า ตัวเลขที่มีการรายงานล่าสุดมาจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และแม้ว่าฤดูฝนของไนจีเรียมักจะเริ่มประมาณเดือน มิ.ย. แต่การเสียชีวิตและการพลัดถิ่นส่วนมากจะเริ่มประมาณเดือน ส.ค. และ ก.ย.
Over 300 people have been killed in floods affecting most of Nigeria.
— AJ+ (@ajplus) October 8, 2022
Officials said they expected flooding to be worse this year due to excessive rainfall brought on by the climate crisis and overflowing nearby water. pic.twitter.com/Lxa0vFXn3d
นอกจากนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของไนจีเรียยังคาดการณ์ว่า จะมีฝนตกหนักมากขึ้นในอีกหลายสัปดาห์ และหลายเดือนที่จะมาถึง โดยเฉพาะในพื้นที่หลายส่วนของรัฐทาราบา, รัฐอีบอนยี, รัฐเบนิว และรัฐครอสริเวอร์ส ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนักจนถึงวันพฤหัสบดี รวมถึงมีแนวโน้มว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันอีกด้วย
อย่างไรก็ดี อุทกภัยที่เกิดขึ้นยังมีสาเหตุมาจาก การปล่อยน้ำจากเขื่อนหลายแห่งในประเทศ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีไว้เพื่อป้องกันน้ำท่วมมากเกินไป.
เครดิตภาพ : REUTERS






