ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุ่งมะขามหย่อง ได้รับพระมหากรุณาธิจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เมื่อปี 2534 พร้อมทั้งพระราชทานบรมราชาโชบายการใช้ประโยชน์จากพื้นที่โดยรอบพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ในการจัดสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำใช้เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อใช้กักเก็บน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และระบายน้ำให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้งให้แก่เกษตรกรที่อยู่บริเวณรอบๆ ได้ใช้ในการเพาะปลูก และในวันที่ 13​ ตุลาคม 2565​ เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ได้ทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและกำลังพระสติปัญญาปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุข​ แห่งปวงพสกนิกร ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ

การนี้ นายอนุชา โมกขะเวส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย​ นายวิทยา ผิวผ่อง สมาชิกวุฒิสภา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมรมพิทักษ์เทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วังช้างแลเพนียดอยุธยา และพสกนิกรชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันวางพวงมาลาและยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 89 วินาที เบื้องหน้าประติมากรรมลอยองค์พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร บริเวณด้านหน้าหอจดหมายเหตุทุ่งมะขามหย่อง เพื่อน้อมรำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

จากนั้นนายวิทยา ผิวผ่อง ได้นำคณะที่มาร่วมงานในครั้งนี้ เข้าเยี่ยมชมหอจดหมายเหตุ พร้อมกับอธิบายถึงความเป็นมาของหอจดหมายเหตุ “ทุ่งมะขามหย่อง แผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ” ซึ่งจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 ซึ่งประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พร้อมใจกันจัดสร้างประติมากรรมลอยองค์พระบรมรูปประติมากรรมลอยองค์พระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประดิษฐาน ณ บริเวณทุ่งมะขามหย่อง เพื่อเป็นสถานที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นสถานที่แสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่มีต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า.