สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ในรัฐออริกอน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหราชอาณาจักร “เป็นความผิดพลาด” โดยเฉพาะการลดภาษีให้กับกลุ่มคนร่ำรวยระดับบน แต่ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจเป็นเรื่องของรัฐบาลประเทศนั้น ไม่ใช่สหรัฐ


เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ไบเดน ยืนยันว่า เศรษฐกิจของสหรัฐ “แข็งแกร่งมาก” และเขาไม่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แม้อัตราเงินเฟ้อในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันจับตาด้วยความกังวล ต่อสถานการณ์ของประเทศอื่นมากกว่า

นายเจเรมี ฮันต์ เดินทางมาร่วมรายการสัมภาษณ์พิเศษ ที่สำนักงานของบีบีซี ในกรุงลอนดอน หลังรับตำแหน่งรัฐมนตรีการคลังคนใหม่ของสหราชอาณาจักร


ด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักรยังไม่มีปฏิกิริยาต่อคำวิจารณ์ของไบเดน อย่างไรก็ตาม นายเจเรมี ฮันต์ รมว.คลังคนใหม่ กล่าวว่า อัตราภาษีบางรายการ “จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น” และการตัดสินใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ “ต้องชัดเจนและจริงจังมากกว่านี้” และวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า นายกรัฐมนตรีลิซ ทรัสส์ “ตัดสินใจผิดพลาด” ในหลายด้านที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแผนการที่ยกเลิกแล้วนั้น ขาดเป้าหมายชัดเจนอย่างสิ้นเชิง ว่าจะหาเงินจากที่ใดมากถึง 45,000 ล้านปอนด์ ( ราว 1.92 ล้านล้านบาท ) ครอบคลุมระยะเวลาระหว่างปี 2569-2570


อนึ่ง ฮันต์ซึ่งเป็นอดีต รมว.การต่างประเทศ และ รมว.สาธารณสุข นับเป็น รมว.คลัง คนที่ 4 ของสหราชอาณาจักร ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ต่อจาก นายควาซี ควาร์เต็ง ซึ่งทรัสส์ปลดออกจากตำแหน่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 1 เดือนเศษ.

เครดิตภาพ : REUTERS