สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ “ไม่มีแผน” พบหารือแบบตัวต่อตัว กับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย.นี้


เกี่ยวกับการที่ทำเนียบขาวประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับ “การประเมินความสัมพันธ์” กับซาอุดีอาระเบีย ซัลลิแวน กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะดำเนินการ “อย่างเป็นระบบ” ทว่ายังคงปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม


ทั้งนี้ องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ซึ่งมีซาอุดีอาระเบีย ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นหัวเรือใหญ่ และร่วมด้วยรัสเซียในนาม “โอเปกพลัส” มีมติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลดเพดานการผลิตลงวันละ 2 ล้านบาร์เรล เริ่มเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งเป็นการลดอุปทานต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และเป็นการปรับลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2563 โดยให้เหตุผลว่า เป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึง “เหตุผลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก” เพื่อรักษาสมดุลของอุปทานและควบคุมความผันผวนของตลาด อันจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต


อย่างไรก็ตาม ไบเดนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลวอชิงตันอีกหลายคนแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก โดยกล่าวหาว่า โอเปก “เข้าข้างรัสเซีย” เนื่องจากการลดอุปทานรอบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่รัสเซียโดยปริยาย ในขณะที่ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก รวมถึงในสหรัฐจะแพงขึ้น


อนึ่ง ไบเดนเยือนซาอุดีอาระเบีย เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อพยายามเจรจากับรัฐบาลริยาดในเรื่องนี้ แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดตรัสว่า เป้าหมายการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียยังคงเป็นไปตามที่เคยประกาศไว้ เมื่อเดือน พ.ค. ปีนี้ ว่าจะเพิ่มเป็นสูงสุด 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2570 จากปัจจุบันอยู่ที่วันละ 10-11 ล้านบาร์เรล “และจะไม่มีการเพิ่มมากกว่านั้นอีก” แต่ยังไม่มีการเจาะจงว่า ซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มการผลิตน้ำมันอีกครั้ง “เมื่อไหร่”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES