สถานการณ์พนังกั้นลำชีแตก ที่บริเวณ กม. 6 พื้นที่อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้บ้านสะดำศรี บ้านวังยาง ระดับน้ำสูง 3-4 เมตร เพื่อความปลอดภัย นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ซึ่งตลอดทั้งวันทีมกู้ภัยชุดต่าง ๆ ได้เข้าพื้นที่นำผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบ้านสะดำศรี และบ้านวังยางระดับน้ำสูงและกระแสน้ำเชี่ยวแรง อาจจะไม่มีความปลอดภัยกับประชาชน ทั้งนี้ได้ตั้งศูนย์อพยพไว้ในจุดปลอดภัย กระจายทั้งอำเภอ รวมถึงโรงพยาบาลสนาม และโรงประกอบเลี้ยงสำหรับทำอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่
ขณะที่คณะสงฆ์อำเภอสหัสขันธ์ โดยพระครูสิริพัฒนนิเทศก์ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ พระมหาสมหมาย ชินทตฺโต เจ้าอาวาสวัดตาดแม่นาย นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ นำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง ขนม และนมกล่อง กว่า 300 ซึ่งเป็นสิ่งของจากงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะฯ ไปมอบให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งทันทีที่ได้รับของจากคณะสงฆ์บางรายถึงกับร้องไห้ มีการพูดคุยสอบถามเหตุการณ์ และให้กำลังใจผู้ประสบภัยหลายคนกังวลเรื่องนาข้าวที่จมน้ำคาดว่าน่าจะเสียหายทั้งหมด ขณะที่บริเวณศูนย์อำนวยการช่วยแหลือผู้ประสบภัย ที่ว่าการอำเภอฆ้องชัย มีธารน้ำใจจากพ่อค้า ประชาชน และภาคเอกชน นำน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตลอดทั้งวัน
ขณะที่ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านที่อพยพมาอาศัยที่บ้านนายสมคิด ชนะบุญ นายก อบต.ลำชี และเขื่อนวังยาง ประมาณ 200 คน โดยจัดตั้งโรงประกอบอาหาร และลำเลียงน้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้งส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าในจุดเผชิญเหตุทางน้ำ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าบ้านสะดำศรี บ้านวังยาง ระดับน้ำสูง 3-4 เมตร และยังขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งขณะนี้รอยแตกของพนังกั้นลำน้ำชี มีความยาวที่ 50 เมตร แต่กระแสน้ำไม่แรงเท่าวันแรก โดยแบ่งกำลัง 2 ฝั่ง ให้ชลประทาน เขต 6 ขอนแก่น แขวงการทางและ ทางหลวงชนบท ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าไม่เกิน 7 วัน
ส่วนทางด้านพนังกั้นน้ำลำน้ำชีขาดที่บริเวณบ้านสะดำศรี ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ทำให้มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมทุ่งนา และบ้านเรือนประชาชน 381 หลัง โดยมวลน้ำขยายเป็นวงกว้าง ความเสียหายคาดว่าอย่างน้อยจะได้รับผลกระทบจำนวน 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน 1,017 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,701 คน พื้นที่การเกษตรไม่ต่ำกว่า 20,000 ไร่ และคาดว่าจะกระทบในพื้นที่ ตำบลธัญญา และตำบลเจ้าท่าอำเภอกมลาไสยด้วย
โดยล่าสุดนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงเฝ้าติดตามและได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ ที่ขาดอย่างเร่งด่วน ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับทางหลวงชนบทกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่พื้นที่ทั้ง ชลประทานกาฬสินธุ์, อบจ.กาฬสินธุ์, แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ในการระดมสรรพกำลัง เร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ และการอพยพช่วยเหลือดูแลประชาชน ได้ช่วยเหลือและให้การดูแล โดยย้ายไปยังจุดพักพิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ขาด ขณะนี้เครื่องจักรกำลังวางหินลงไปและชะลอความแรงของน้ำด้วยแท่งปูน สามารถหยุดการเซาะพนังกั้นน้ำไม่ให้ขยายวงกว้างออกไปมีความกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันมีขนาดที่ขาดยาวกว่า 50 เมตร และขณะนี้ไม่มีการพังทลายเพิ่มอีก ขอให้ประชาชนมั่นใจในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ในการเร่งควบคุมสถานการณ์อย่างเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ที่การเข้าถึงเป็นไปอย่างลำบาก การเดินทางขนย้ายอุปกรณ์ เครื่องจักรกล อาจทำให้ล่าช้า จึงต้องได้แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ฝั่ง ร่วมมือกันระหว่างสำนักงานชลประทานที่ 6 ขอนแก่น และทางหลวงชนบทกาฬสินธุ์ รับผิดชอบคนละฝั่งพนังซึ่งกระบวนการทางวิศวกรรม ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือนำแท่งปูนหนัก ปักลงพื้นที่พนังขาด ซึ่งกระแสน้ำมีความเชี่ยวกราก ทำให้ต้องเพิ่มแท่งปูน จากนั้นจะนำกล่องหิน แกเบรียล มาวางทับซ้อนกั้นการไหลของน้ำ โดยการดำเนินงานหลังจากนี้ไปจะเร่งปฏิบัติการทั้ง 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับการสนับสนุนรถไฟฟ้าส่องสว่าง ทั้ง 2 ฝั่งพนังกั้นน้ำ โดยจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำให้เร็วที่สุด
ขณะที่การให้ความช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์นำเจ้าหน้าที่เร่งบรรจุสิ่งของบรรเทาทุกข์จากสภากาชาดไทย เพื่อออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนต่างก็ร่วมด้วยช่วยกัน หลั่งไหลธารน้ำใจมามอบอาหาร น้ำดื่ม ไม่ขาดสายอีกด้วย

























