นายณเอก สงศิริ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย ธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า  ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจต่างๆ ได้เร่ง ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น หรือการนำดิจิทัลมาปรับใช้กับทุกส่วนธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแพ่รระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ทุกองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยอุปกรณ์ ที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทางซัมซุงจึงได้รุกตลาดธุรกิจลูกค้าองค์กร ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยทำงานที่มีความทนทานสูง เหมาะสำหรับทำงานในทุกสภาพแวดล้อม (รักเก็ต ดีไวซ์) ทั้งในส่วนของสมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยียกระดับธุรกิจได้

“ในช่วง 10 ปีที่แล้ว องค์กรธุรกิจต่างๆในไทย ให้ความสำคัญกับ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ไม่ถึง 10% แต่ปัจจุบันเกือบทุกธุรกิจได้ให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น มีการทำงานในรูปแบบไฮบริด ซึ่งองค์กรต่างๆ กว่า 95% เห็นมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจจากการทำงานผ่าน สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต และอีก 89% ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำงานให้ยืดหยุ่น โดยพนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ และมีอุปกรณ์ที่มีความทนทานสูง อย่างน้อยหนึ่งเครื่องต่อคน นอกจากนี้ผลสำรวจของ เทค รีเสิร์ช เอเชีย พบว่า องค์กรกว่า 66% พิจารณาเลือกสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเพื่อใช้งานจากความทนทานของดีไวซ์ และ 61% ต้องการฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ครบทุกโซลูชั่น”

นายณเอก กล่าวต่อ ล่าสุด บริษัท ได้เปิดตัว 2 อุปกรณ์ใหม่ คือ กาแลคซี เอ็กซ์คัฟเวอร์ 6 โปร 5 จี  และ กาแลคซี แท็บแอคทีฟ 4 โปร 5 จี ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่ถูกออกแบบให้มีความทนทาน และรองรับเครือข่าย 5 จี โดยจับกลุ่มเป้าหมาย ในทุกภาคอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ อยู่ในกลุ่มค้าปลีก ธนาคาร และ ภาคการผลิต ในปีหน้าเตรียมจะขยายไปยังกลุ่มภาครัฐมากขึ้น โดยการทำตลาดนอกจากผ่านพนักงานขายแล้วยังจับมือ กับโอปเรเตอร์ด้วย พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม ซัมซุง วัน ที่เป็นโปรแกรมครบวงจรสำหรับพาร์ทเนอร์ และลูกค้า โดยตั้งเป้าหมายจะมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เมื่อถึงสิ้นปีนี้.