วันนี้ (20 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้มีกลุ่มเครือข่ายผู้บริโภตประมาณ 80 คน พร้อมรถปราศรัย และตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) นำโดย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารฯ สอบ. และ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ สอบ. ได้เข้ามายื่นหนังสือคัดค้านกรณีการควบรวมธุรกิจระหว่างทรู และดีแทค ต่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. โดยมี พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการ ประธาน กสทช. เป็นผู้แทนรับมอบในช่วงเวลา 09.30 น. โดยมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์

นายธนาธร กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้เพาะมีพ่อแม่พี่น้องหลายภาคส่วนเดินทางมาเพื่อติดตามรอผลการลงมติของ บอร์ด กสทช. ซึ่งทั้งหมดมีจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยในการควบรวมเพราะจะทำให้เหลือผู้ให้บริการรายใหญ่ 2 ราย ทำให้ค่าบริการจะแพงขึ้น คุณภาพต่ำลง การแข่งขันลดลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชนผู้บริโภค และอุตฯ โทรคมนาคม ซึ่งทางคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล พร้อมยื่นเคียงข้างประชาชน เพื่อส่งเสียงดังๆ ว่า ไม่ต้องการผูกขาด อยากเห็นการแข่งขันในการให้บริการที่มีคุณภาพ มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ราคาที่ถูกลงเข้าถึงได้ทั้งโทรศัพท์ และดาต้าอินเทอร์เน็ต

“วันนี้มีงานวิจัยรายชิ้นทั้งภายนอกประเทศและ กสทช. จัดทำ ชี้ให้เห็นว่า ราคามีแนวโน้มแพงขึ้นคุณภาพต่ำลง มีโอกาสที่จะทำให้เงินในกระเป๋าประชาชนลดลง ซึ่งวันนี้คนใช้ดาต้ามากขึ้น ซึ่งสำคัญมาก ผลกระทบจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น และการเข้าถึงโอกาส และเกิดความเหลื่อมล้ำ ถ้าค่าบริการดาต้าเพิ่มขึ้น โอกาสเข้าถึงความรู้และเศรษฐกิจได้น้อยลง”

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ในต่างประเทศหลายกรณี ที่มีการควบรวมจาก 4 เหลือ 3 ราย ผลส่วนใหญ่พบว่ามีราคาแพงขึ้น สิ่งสำคัญมาก คือ ในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า หรือเท่ากับประเทศไทย ไม่มีประเทศไหนในโลกที่มีผู้ให้บริการ 2 ราย

“ในกรณีประเทศไทยมีทางออกอยู่ ซึ่งทางเทเลนอร์ ที่ถือหุ้นอยู่ในประเทศต่างๆ ในเอเชีย เขาออกหมดทุกประเทศ ดังนั้นหากเข้าต้องการออกจากประเทศไทย ยังมีทางเลือกอื่น ที่ไม่ใช่ กสทช. เป็นคนตัดสิน โดยใช้กลไกฝ่ายบริหาร หากนายกรัฐมนตรี เห็นว่า ธุรกิจโทรคมนาคมเป็นยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนา 5จี ในอนาคต ก็สามารถเข้ามามีส่วนหาผู้ซื้อรายใหม่แทนเทเลนอร์ได้ ซึ่งรัฐบาลทำได้ คือเดินทางไปทั่วโลก ไปหาผู้ซื้อรายใหม่ ไปผลักดันให้เกิดการเจรจาให้เกิดผู้ซื้อรายใหม่แทนเทเลนอร์ได้ ซึ่งจะเป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุด เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้ ยกตัวอย่าง ช่วงที่มาไชน่าเทเลคอม ยังสนใจที่มาลงทุนในทรู ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยพื่อปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภคและประชาชน”

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ทางคณะก้าวหน้าจะติดตามดู หากมีการลงมติให้ควบรวม ก็จะดูมาตรการเงื่อนไขที่จะออกมา หากยังเกิดผลความเสียหาย ต่อประชาชนและประเทศชาติ ก็อาจมีการฟ้องร้อง มาตรา 157 ต่อ กสทช.