ว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่ม “อี-3” ซึ่งประกอบด้วยสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่เรียกร้องให้สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) สอบสวนเรื่องการใช้อากาศยานไร้คนขับแบบจู่โจม หรือ โดรนพิฆาต ในสงครามยูเครน บนสมมติฐานว่า อิหร่านให้ความช่วยเหลือรัสเซีย “เป็นเรื่องไร้สาระ” และรัฐบาลเตหะราน “ขอประณาม”


อนึ่ง กลุ่มอี-3 ยื่นเรื่องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ขอให้มีการสอบสวนเรื่องดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลเตหะ


ขณะที่ นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า รัฐบาลวอชิงตัน “สามารถยืนยันได้” ว่าทหารรัสเซียซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพบนคาบสมุทรไครเมีย ใช้อากาศยานไร้คนขับแบบจู่โจมของอิหร่าน เพื่อโจมตีเป้าหมายในยูเครน โดยรัฐบาลเตหะรานส่งเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง เดินทางมาฝึกฝนการใช้งานให้แก่บุคลากรของรัสเซียด้วย


ทั้งนี้ทั้งนั้น อิหร่านยืนกรานปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอด ส่วนประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน กล่าวเพียงว่า อุตสาหกรรมอาวุธของรัฐบาลเตหะราน “ได้รับความนิยมมากขึ้น” ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า อาวุธทั้งหมดที่กองทัพรัสเซียใช้ในปฏิบัติการกับยูเครน “เป็นการตั้งชื่อตามระบบของกองทัพรัสเซียเท่านั้น”

อย่างไรก็ดี รายงานหลายกระแสระบุว่า โดรนพิฆาตหรือโดรนกามิกาเซ่ “ชาเฮด-136” ของอิหร่าน ซึ่งตะวันตกและยูเครนยืนยันว่า พบเห็นอากาศยานโจมตีรุ่นนี้ในสมรภูมิ มีชื่อเรียกเป็นภาษารัสเซียว่า “เจรัน-2”.

เครดิตภาพ : REUTERS