สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่า นายฟาธ อาราห์มาน บาเคอิต อธิบดีกระทรวงสาธารณสุขของรัฐบลูไนล์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่นับยอดผู้เสียชีวิตได้อย่างน้อย 220 ราย แต่ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้น เพราะทีมแพทย์ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ศูนย์กลางของการต่อสู้ได้

บาเคอิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ขบวนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการแพทย์ชุดแรก เดินทางไปถึงเมืองวัด อัล-มาฮี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อทำการประเมินสถานการณ์ รวมถึงการนับ “ศพจำนวนมาก” และช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

“ในการปะทะกันเช่นนี้ ทุกคนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้” บาเคอิต กล่าว “พวกเราหวังว่ามันจะยุติโดยเร็ว และจะเกิดไม่เกิดขึ้นอีก แต่เราต้องการการแทรกแซงทางการเมือง, ความมั่นคง และพลเรือน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น”

ตามรายงานของสำนักงานประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) บ้านเรือนหลายหลังถูกเผาเสียหายในการต่อสู้ดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องหนีไปยังเมืองรุสยาริสและจังหวัดใกล้เคียง โดยชาวซูดานราว 211,000 คน กลายเป็นผู้พลัดถิ่นจากความรุนแรงระหว่างชนเผ่า และการโจมตีอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในปีนี้

อนึ่ง การต่อสู้ระหว่างชนเผ่าเฮาซากับชุมชนเบอร์ตา ปะทุขึ้นครั้งแรกเมื่อกลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 149 คน ในช่วงต้นเดือน ต.ค. ซึ่งมันเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดการประท้วงที่รุนแรง และเพิ่มความตึงเครียดระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ 2 กลุ่มนี้มากขึ้น ทั้งในรัฐบลูไนล์และรัฐอื่น ๆ

นอกจากนี้ การปะทะกันครั้งล่าสุดยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของซูดาน นั่นคือ เพียงไม่กี่วันก่อนการครบรอบ 1 ปีที่กองทัพทำการรัฐประหาร ซึ่งทำให้ประเทศตกอยู่ในความโกลาหลยิ่งขึ้นกว่าเดิม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES