สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เผยแพร่รายงาน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มาเลเซียผลักดันพลเมืองสัญชาติเมียนมาหลายร้อยคน ให้เดินทางกลับประเทศ ทั้งที่ไม่ใช่ความสมัครใจของเจ้าตัว การส่งกลับบุคคลใดก็ตาม ให้ไปเผชิญกับความเสี่ยงของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ชีวิต และความหิวโหย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น


ทั้งนี้ กรณีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของมาเลเซีย ส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาคนหนึ่งกลับประเทศ แม้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์ในพื้นที่เรียกร้องก็ตาม


ด้านรัฐบาลมาเลเซียและรัฐบาลทหารเมียนมา ปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการต่อรายงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยของมาเลเซียเคยออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา เรื่องการส่งกลับพลเมืองเมียนมา 150 คน แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ในจำนวนผู้ที่ถูกผลักดันกลับ มีกลุ่มอดีตทหารเรือของเมียนมา ซึ่งหลายฝ่ายแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานภาพด้วยหรือไม่


นอกจากนี้ มาเลเซียเคยให้เหตุผลด้วยว่า ชาวโรฮีนจาไม่ใช่พลเมืองของมาเลเซีย จึงไม่สามารถอนุญาตให้เข้าประเทศได้ แม้ในฐานะผู้ลี้ภัยก็ตาม เนื่องจากมาเลเซียไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ฉบับปี 2494 หมายความว่า แม้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่กลุ่มคนเหล่านี้มีสถานะ “ผู้อพยพผิดกฎหมาย”.

เครดิตภาพ : REUTERS