เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการขอให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วินิจฉัยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. และ รมว.คมนาคม ไม่ได้จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 211 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 5 หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 1/2567 เมื่อ 17 ม.ค. 67 ว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของ หจก.ดังกล่าว เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 มาตรา 4(1) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5)

หลังจากนั้นวันที่ 19 ม.ค.67 ได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นว่านายศักดิ์สยาม  ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ปกปิดหุ้น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

วันที่ 8 ก.ย.68 ป.ป.ช.มีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามไม่จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด แต่มิได้แถลงให้สาธารณชนทราบ กระทั่งมาแถลงให้ทราบเมื่อ 23 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ซึ่งรายละเอียดในคำแถลงล้วนมีพิรุธมากมาย อันส่อขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 โดยตรง

เหตุดังกล่าวตนจึงนำความทั้งหมดมาร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อทำความเห็นเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ในเรื่องดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ (คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ) ประกอบมาตรา 5 หรือไม่ หรือทำความเห็นส่งไปยังศาลปกครอง เพื่อพิจารณาไต่สวนและมีคำพิพากษาตามกฎหมายของศาลปกครองต่อไป