สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า บรรดาผู้เจรจาจากประเทศต่าง ๆ ของอียู, รัฐสภายุโรป (อีพี) และคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เห็นพ้องว่า ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 100% ให้ได้ภายในปี 2578 ซึ่งจะทำให้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลชุดใหม่ ไม่สามารถวางจำหน่ายได้อีกต่อไป ในกลุ่มประเทศสมาชิกของอียู

“ข้อตกลงนี้ เป็นข่าวดีสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ เพราะรถยนต์รุ่นใหม่ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์จะมีราคาถูกลง ทำให้ทุกคนสามารถซื้อและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น” นายยาน ฮุยเตมา ผู้เจรจานำของอีพี กล่าว

ขณะที่นายฟรานซ์ ทิมเมอร์แมนส์ หัวหน้านโยบายสภาพอากาศของอียู กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค ว่ายุโรปกำลังเปิดรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่การสัญจรแบบมลพิษเป็นศูนย์ อีกทั้งแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานกำกับดูแลที่มีต่อผู้ผลิตรถยนต์ ในการควบคุมคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ยังส่งผลให้หลายคนประกาศการลงทุนในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

แต่กระนั้น กฎหมายของอียูเจอกับเสียงคัดค้านเมื่อได้รับการเสนอในเดือน ก.ค. 2564 โดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (เอซีอีเอ) กล่าวเตือนไม่ให้มีการแบนเทคโนโลยีเฉพาะ และเรียกร้องให้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และรถยนต์ไฮโดรเจน มีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านคาร์บอนต่ำด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้เจรจาตกลงกันว่า อียูจะเป็นผู้ร่างข้อเสนอเกี่ยวกับการจำหน่ายรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย “เชื้อเพลิงที่เป็นกลางทางคาร์บอน” หลังจากปี 2578 ส่วนผู้ผลิตรถยนต์รายเล็กที่ผลิตรถยนต์น้อยกว่า 10,000 คันต่อปี สามารถต่อรองเป้าหมายที่ต่ำกว่าได้จนถึงปี 2579 เมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับข้อกำหนดการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์.

เครดิตภาพ : REUTERS